บมจ.ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี [SCG] เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถมุ่งสู่พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Carbon Emission) โดยมอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ดำเนินการประกาศรับซื้อไฟฟ้าตามระเบียบว่าด้วยการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ปี 2565 2573 สำหรับกลุ่มที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง พ.ศ. 2565 (เพิ่มเติม) พ.ศ. 2567 นั้น
บริษัท โซลาริสท์ นาแก้ว จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ SCG ถือหุ้นทางอ้อมผ่านบริษัท โซลาริสท์ โฮลดิ้ง จำกัด ในสัดส่วน 99.99% ได้ยื่นข้อเสนอขายไฟฟ้า และได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนตามระเบียบว่าด้วยการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนดังกล่าว
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 บริษัท โซลาริสท์ นาแก้ว จำกัด (บริษัทย่อย) ได้เข้าลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นระยะเวลา 25 ปี เพื่อพัฒนาและดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar Farm) เพิ่มเติม จำนวน 1 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 72 เมกะวัตต์ (โครงการฯ) โดยมีกำหนดวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (SCOD) ในปี 2571 ในอัตรารับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) 2.1579 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ตลอดอายุสัญญา
ทั้งนี้ เมื่อรวมกับโครงการฯ ข้างต้น บริษัทฯ ได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar Farm) รวมทั้งสิ้น 5 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 274 เมกะวัตต์
การพัฒนาโครงการฯ ดังกล่าวข้างต้นเป็นไปตามแผนงานของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ตามเป้าหมายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2583