ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันพฤหัสบดี (3 ก.ย.) หลังตลาดพันธบัตรทั่วโลกปรับตัวขึ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลงก่อนการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ ส่งผลให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นในการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่แข็งแกร่งช่วยหนุนตลาดด้วย
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,831.52 จุด เพิ่มขึ้น 75.07 จุด หรือ +0.70%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษอายุ 10 ปีลดลง 9.5 จุดพื้นฐานจากระดับสูงสุดในรอบ 18 ปีที่ทำไว้เมื่อวันพุธ ตามทิศทางการฟื้นตัวของตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้นทั่วโลก ก่อนสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์นี้
ผลสำรวจพบว่า ภาคบริการของอังกฤษขยายตัวเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันในเดือนส.ค. ขณะที่ความเชื่อมั่นปรับตัวดีขึ้น
หุ้นกลุ่มธนาคารซึ่งมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย ปรับตัวขึ้น 1.4%
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะมีค่าปรับตัวขึ้นมากที่สุดในบรรดาหมวดธุรกิจ โดยเพิ่มขึ้น 3.4% ตามการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำและเงิน
หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์เพิ่มขึ้น 0.6% โดยหุ้น AstraZeneca ปรับตัวขึ้น 1.4%
หุ้น WPP ซึ่งเป็นบริษัทโฆษณา ปรับตัวขึ้น 5.6% หลังมีรายงานข่าวว่า Publicis ซึ่งเป็นคู่แข่งจากยุโรปชนะการประมูลเพื่อดูแลบัญชีสื่อของ PepsiCo โดยสถานการณ์ดังกล่าวช่วยเพิ่มโอกาสที่ WPP จะรักษาบัญชีสื่อของ Coca-Cola นอกสหรัฐฯ ไว้ได้
สื่อรายงานว่า Haleon ได้พื้นที่จัดวางสินค้าที่ดีขึ้นในร้านค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐฯ อย่าง Walmart และ Target ซึ่งจะช่วยเพิ่มการมองเห็นสินค้า อย่างไรก็ตาม หุ้น Haleon ผู้ผลิตยาสีฟัน Sensodyne ยังคงลดลง 2.3%
หุ้น Vodafone เพิ่มขึ้น 2.4% หลังผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายนี้เปิดตัวบริการโทรทัศน์ของตนเองในอังกฤษ พร้อมแพ็กเกจมือถือระดับพรีเมียมที่ให้ความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงขึ้น
หุ้น Hilton Food Group พุ่งขึ้น 12.2% แตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี หลังบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรประจำปี
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช