กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (4 ก.ย.) ว่า การใช้จ่ายภาคครัวเรือนของญี่ปุ่นในเดือนก.ค. ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 เนื่องจากประชาชนยังคงเผชิญกับราคาสินค้าจำเป็นที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ชะลอการใช้จ่ายในสินค้าที่ไม่จำเป็น
ข้อมูลของกระทรวงฯ ระบุว่า การใช้จ่ายของภาคครัวเรือนลดลง 3.6% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.6% ขณะที่เมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย. การใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 0.5% หลังปรับปัจจัยตามฤดูกาลแล้ว
การลดลงของรายจ่ายด้านการซ่อมแซมและค่าเช่าที่อยู่อาศัย รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ เป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดตัวเลขการใช้จ่ายในเดือนก.ค.
การใช้จ่ายที่ลดลงต่อเนื่องเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากราคาสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันที่ยังปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะอาหาร แม้รัฐบาลจะมีมาตรการช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน โดยราคาอาหารสดในเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่การเพิ่มขึ้นของราคาอาหารแปรรูปชะลอลงเหลือ 3%
แม้ค่าจ้างเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย สะท้อนว่าเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อยังคงกดดันกำลังซื้อ โดยข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจชะลอตัวในช่วงต้นไตรมาส 3 หลังการบริโภคภาคเอกชนทรงตัวในไตรมาส 2 และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ฉุดการขยายตัวของเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ เตรียมเดินหน้ามาตรการรับมือค่าครองชีพ ด้วยแผนลดภาษีการบริโภคสำหรับอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เหลือ 1% เป็นเวลา 2 ปี เริ่มตั้งแต่เดือนเม.ย. 2570 พร้อมขยายมาตรการควบคุมราคาน้ำมันเบนซิน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กัลยาณี ชีวะพานิช