อินวิเดีย (Nvidia) ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปประมวลผลระดับโลก ประกาศข้อตกลงเข้าซื้อกิจการ ฮักกิงเฟซ (Hugging Face) แพลตฟอร์มชุมชนนักพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยอดนิยม ด้วยมูลค่า 1.293 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขยายอิทธิพลสู่ตลาดโมเดล AI แบบเปิดเผยค่าน้ำหนัก (Open-Weight Models) ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับโมเดลระบบปิดชั้นนำของโอเพนเอไอ (OpenAI) และแอนโทรปิก (Anthropic) แต่มีต้นทุนการพัฒนาและการใช้งานที่ต่ำกว่า
ดีลดังกล่าวนับเป็นหนึ่งในดีลครั้งใหญ่ที่สุดของอินวิเดีย ซึ่งจะช่วยดึงบริษัทให้เข้าใกล้กลุ่มนักพัฒนาที่ใช้งานฮักกิงเฟซในการเสาะหาโมเดลและเครื่องมือ AI ต่าง ๆ พร้อมทั้งเปิดทางให้อินวิเดียสามารถสร้างฐานลูกค้าที่มีแนวโน้มจะซื้อชิปประมวลผลของบริษัทเพื่อรองรับบริการ AI ในอนาคต
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังเป็นความพยายามล่าสุดของอินวิเดียในการนำเงินสดสำรองสะสมซึ่งพุ่งทะลุ 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นเดือนก.ค. มาใช้ขยายฐานผู้ใช้งานในวงกว้าง ในช่วงเวลาที่ลูกค้ารายใหญ่อย่างเมตา (Meta), โอเพนเอไอ และไมโครซอฟท์ (Microsoft) กำลังเร่งพัฒนาชิป AI ของตัวเองเพื่อลดการพึ่งพาฮาร์ดแวร์ของอินวิเดีย
ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว อินวิเดียจะจ่ายเงินให้แก่กลุ่มนักลงทุนและผู้ถือหุ้นของฮักกิงเฟซประมาณ 1.19 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และจัดสรรงบประมาณในรูปแบบหุ้นเพื่อจูงใจและรักษาบุคลากร มูลค่าสูงสุด 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับพนักงานที่จะย้ายเข้ามาร่วมงานกับอินวิเดีย
เจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอินวิเดีย กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (3 ก.ย.) ว่า โมเดลระบบเปิดจะช่วยขยายการเข้าถึง AI และสร้างความมั่นใจว่าความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี AI จะกระจายไปสู่บริษัท สถาบันการศึกษา และชุมชนต่าง ๆ ทั่วโลก พร้อมช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถเลือกโมเดลที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละเนื้องานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ กระแสความต้องการโมเดลระบบเปิดทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากนักพัฒนาสามารถดาวน์โหลด นำไปรัน และปรับแต่งได้อย่างอิสระ แตกต่างจากโมเดลระบบปิดที่พัฒนาโดยโอเพนเอไอหรือแอนโทรปิก ภาคธุรกิจจำนวนมากจึงเริ่มหันมาใช้งานโมเดลแบบเปิดเพื่อหลีกเลี่ยงต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่วจากการติดตั้งใช้งานระบบปิด โดยมีบริษัทเทคโนโลยีจากประเทศจีน อาทิ ดีปซีค (DeepSeek) และจื้อผู่ เอไอ (Z.ai) ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นทรงอิทธิพลที่มีขีดความสามารถในการพัฒนาโมเดลระดับสูง
ก่อนหน้านี้ อินวิเดียและฮักกิงเฟซได้ร่วมมือกันเพื่อช่วยให้นักพัฒนาสามารถเรียกใช้บริการประมวลผลของอินวิเดียบนแพลตฟอร์มอยู่แล้ว การเข้าซื้อกิจการเพื่อเสริมแกร่งชุมชนโอเพนซอร์สจึงถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยรองรับแรงกระแทก หากความต้องการชิปประมวลผลจากกลุ่มลูกค้าระดับบิ๊กเทครายใหญ่ชะลอตัวลง
อนึ่ง ฮักกิงเฟซ สตาร์ตอัปซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในนครนิวยอร์ก ถูกประเมินมูลค่ากิจการไว้ที่ 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการระดมทุนรอบล่าสุดที่เปิดเผยเมื่อเดือนส.ค. 2566 โดยสามารถระดมทุนได้ 235 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากกลุ่มนักลงทุนชื่อดังอย่างเซลส์ฟอร์ส (Salesforce), เอเอ็มดี (AMD) และอะเมซอน (Amazon)
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปรียพรรณ มีสุข