ผู้ผลิตรถยนต์จีนมีแนวโน้มเพิ่มส่วนแบ่งตลาดทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดย UBS คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 37% ภายในปี 2573 จาก 22% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เนื่องจากผู้บริโภคยอมรับแบรนด์รถยนต์จีนมากขึ้น ซึ่งช่วยสนับสนุนการขยายตลาดไปนอกประเทศจีน
ส่วนแบ่งตลาดของรถยนต์จีนในยุโรปก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดย UBS ปรับเพิ่มคาดการณ์จาก 18% เป็น 20% ภายในปี 2573 ขณะที่ปัจจุบันแบรนด์รถยนต์จีนครองส่วนแบ่งตลาดยุโรปประมาณ 8% และกำลังเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้
ผลสำรวจผู้บริโภค 12,000 คนโดย UBS Evidence Lab พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามในยุโรป 36% มีแนวโน้มพิจารณาซื้อรถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์จีน ขณะที่ความสนใจต่อแบรนด์รถยนต์จีนในยุโรปเพิ่มขึ้นจนมากกว่าความสนใจต่อแบรนด์รถยนต์ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้รวมกัน
ความคุ้มค่าคุ้มราคาเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ดึงดูดผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าจีน โดย 66% ของผู้ที่มีแนวโน้มซื้อรถยนต์ไฟฟ้าจีนทั่วโลกระบุถึงปัจจัยดังกล่าว ขณะที่เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ฟีเจอร์ดิจิทัลและระบบขับขี่อัตโนมัติ เป็นปัจจัยสำคัญอันดับ 2 ที่ 61%
นับตั้งแต่ปี 2562 ผู้ผลิตรถยนต์จีนเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้ 9-12 จุดเปอร์เซ็นต์ในยุโรป ลาตินอเมริกา บางส่วนของเอเชีย รวมถึงตะวันออกกลางและแอฟริกา ขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศจีนที่อ่อนแอลงเพิ่มแรงกดดันให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องขยายการส่งออก
ยุโรปยังคงเป็นตลาดสำคัญในการแข่งขัน แม้มาตรการภาษีที่อาจนำมาใช้กับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด และข้อกำหนดใหม่เกี่ยวกับการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ อาจชะลอการขยายตัวของแบรนด์จีน นอกจากนี้ แบรนด์จีนยังเผชิญปัญหามูลค่ารถยนต์มือสองที่ลดลง เครือข่ายบริการหลังการขายที่จำกัด และความยากลำบากในการเข้าสู่ตลาดรถยนต์สำหรับลูกค้าองค์กร
ในกรณีพื้นฐาน UBS คาดว่า BYD, Geely, Chery, SAIC, Leapmotor และ Xiaomi จะเป็นกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์จีนที่มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นผู้ประกอบการรายสำคัญในตลาดต่างประเทศ โดยในกรณีขาขึ้น ส่วนแบ่งตลาดรถยนต์จีนทั่วโลกอาจสูงถึง 45% และส่วนแบ่งในยุโรปอาจแตะ 30% ภายในปี 2573 ขณะที่กรณีขาลง ส่วนแบ่งตลาดอาจอยู่ที่ 33% ทั่วโลก และ 15% ในยุโรป
ผู้ผลิตรถยนต์ตลาดทั่วไปในยุโรปและเอเชียจะเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันมากที่สุด ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์สหรัฐฯ ยังคงได้รับผลกระทบน้อยกว่า เนื่องจากมาตรการกีดกันทางการค้าทำให้ผู้ผลิตรถยนต์จีนแทบไม่สามารถเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ได้ ส่วนผู้ผลิตรถยนต์ระดับหรูคาดว่าจะรับมือกับการแข่งขันได้ดีกว่าผู้ผลิตรถยนต์ตลาดทั่วไป
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช