นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน เพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย ครั้งที่ 2/2569 ว่า ที่ประชุมได้หารือแนวทางยกระดับการป้องกันและปราบปรามภัยทางการเงิน โดยมุ่งแก้ปัญหาช่องโหว่จากการเชื่อมโยงข้อมูล และการกำกับดูแลที่ยังไม่เป็นระบบเดียวกัน โดยได้วางแนวทางบูรณาการข้อมูลจาก 6 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงการคลัง, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.), กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)
ทั้งนี้ มีมิติสำคัญ 3 ด้าน ประกอบด้วย มิติด้านที่ 1 การยกระดับมาตรฐานระบบการยืนยันตัวตน (KYC และ EDD) ให้เป็นมาตรฐานสากล เพื่อการตรวจสอบสถานะลูกค้าเชิงลึก สามารถระบุตัวตนและประเมินความเสี่ยงของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลของ Financial Action Task Force (FATF)
มิติด้านที่ 2 ระบบคลังข้อมูลทางการเงินแบบไม่ระบุตัวตน โดยจัดทำศูนย์ข้อมูลธุรกรรมทางการเงินที่ไม่ระบุตัวตน เพื่อให้นักวิเคราะห์ข้อมูล และ Data Scientist สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์รูปแบบ และพฤติกรรมของมิจฉาชีพ รวมถึงคาดการณ์ธุรกรรมที่มีความเสี่ยงได้ล่วงหน้า โดยสิ่งที่จะดำเนินการ ประกอบด้วย 4 เรื่อง คือ
- การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูล โดยเปิดให้ลูกค้าหรือประชาชนสามารถให้ความยินยอมในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลประชาชน
- การจัดทำข้อมูลธุรกรรมทางการเงินที่ไม่ระบุตัวตน เพื่อให้นำข้อมูลมาวิเคราะห์และคาดการณ์พฤติกรรมมิจฉาชีพ เนื่องจากเมื่อมีการกำหนดมาตรการหรือเกณฑ์รายงานธุรกรรม เช่น วงเงิน 5 ล้านบาท มิจฉาชีพอาจปรับพฤติกรรมด้วยการทำธุรกรรมต่ำกว่าเกณฑ์ จึงจำเป็นต้องพัฒนาระบบให้สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมเพื่อรู้เท่าทันโจร
- การพัฒนาระบบบริหารการแจ้งเหตุระดับชาติ โดยกระทรวงดีอี และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะบูรณาการระบบที่มีอยู่ และออกแบบให้เชื่อมโยงกับสถาบันการเงิน เพื่อให้ประชาชนสามารถแจ้งครั้งเดียว และข้อมูลถูกส่งต่อไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้
- การระงับเส้นทางการเงิน เพื่อป้องกันและลดความเสียหาย โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถระงับเส้นทางเงินได้อย่างรวดเร็ว
นายเอกนิติ กล่าวว่า มิติด้านที่ 3 ที่ประชุมได้มอบหมายให้นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการบูรณาการทั้ง 4 ระบบ โดยกำหนดกรอบเวลา 30 วัน เพื่อออกแบบระบบให้มีมาตรฐานข้อมูล การแลกเปลี่ยนข้อมูล และแนวทางวิเคราะห์เส้นทางการเงินที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ก่อนนำไปสู่การพัฒนาระบบให้สามารถใช้งานได้จริง
เป้าหมายของการบูรณาการครั้งนี้ คือ การป้องกันความเสียหายตั้งแต่ต้นทาง ด้วยการตรวจจับธุรกรรม และพฤติกรรมที่มีความเสี่ยง พร้อมคำนึงถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการช่วยเหลือประชาชนหลังเกิดเหตุ ด้วยการระงับธุรกรรมและติดตามเส้นทางเงินให้ได้รวดเร็วที่สุด กระทรวงการคลังมองว่า การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการรับมืออาชญากรรมทางการเงิน และภัยไซเบอร์ จากเดิมที่แต่ละหน่วยงานมีข้อมูล และกระบวนการทำงานแยกจากกัน ไปสู่ระบบที่สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล และรับมือกับธุรกรรมต้องสงสัยได้แบบบูรณาการมากขึ้น นายเอกนิติ กล่าว
ด้าน นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยมีระบบ KYC (Know Your Customer), CDD (Customer Due Diligence) และ EDD (Enhanced Due Diligence) อยู่แล้ว แต่สิ่งที่จำเป็นต้องยกระดับ คือ แนวทางในการประเมินพฤติกรรมที่มีความเสี่ยง รวมถึงเกณฑ์การเรียกเอกสาร หรือข้อมูลเพิ่มเติมจากลูกค้าให้มีมาตรฐานเดียวกัน
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ หรือผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล ควรใช้หลักเกณฑ์ในการพิจารณาที่สอดคล้องกัน รวมถึงยึดแนวทางตามมาตรฐานสากล เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูล และมองเห็นพฤติกรรมของลูกค้าในภาพเดียวกันมากขึ้น
ขณะที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า การบูรณาการทั้ง 4 ระบบใน 30 วันนั้น เพื่อให้การทำงานของทุกหน่วยงานมีความคล่องแคล่วมากกว่าในปัจจุบัน โดยเฉพาะระบบการส่งข้อมูลที่ควรจะเกิดขึ้นระหว่างหน่วยงานอย่างเป็นอัตโนมัติ เพื่อให้สามารถอายัด และวิเคราะห์พฤติการณ์ หรือเห็นเส้นทางการเงินอย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถติดตามเส้นทางการเงินของผู้กระทำผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่า การบูรณาการทั้ง 4 ระบบในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับให้หน่วยงานทำงานได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น
โดย คลฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์