ภายหลังจากที่ บมจ.ซีพี แอ็กซ์ตร้า [CPAXT] ทุ่มเม็ดเงินกว่า 1.34 หมื่นล้านบาท เข้าซื้อกิจการ The Food Purveyor (TFP) ในมาเลเซีย บริษัทมีความจำเป็นต้องขยายการลงทุนด้านไอทีและระบบ AI เพื่อเชื่อมต่อซัพพลายเชนข้ามพรมแดน
ประเด็นดังกล่าวทำให้ตลาดทุนจับตาถึงความโปร่งใส เมื่อนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะกรรมการและประธานคณะกรรมการบริหาร CPAXT ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและถือหุ้น 99.99% ใน อไรซ์ เวนเจอร์ส (Arise) ซึ่งเชื่อมโยงการถือหุ้น 24.95% ใน TRUE อันอาจนำไปสู่การเป็นคู่ค้ารายใหญ่ขององค์กรในอนาคต
โครงสร้างการบริหารที่เชื่อมโยงกันระหว่างผู้พิจารณางบประมาณและว่าที่คู่ค้า ทำให้คณะกรรมการอิสระของ CPAXT ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการใช้เกณฑ์รายการที่เกี่ยวโยงกัน (RPT) ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการขยายสาขาต่อจากนี้ ควรต้องผ่านกระบวนการประมูลแบบเปิดกว้าง (Open Bidding) และอิงกลไกราคาตลาด (Fair Market Value) เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทมหาชนและป้องกันข้อกังขาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
ทั้งนี้ การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) อย่างโปร่งใส ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญของบอร์ด CPAXT ในการปกป้องมูลค่ากิจการ