ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ในวันนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น
ณ เวลา 00.46 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดอลลาร์ บวก 0.32% สู่ระดับ 99.437 หลังจากแตะระดับ 99.590 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย.
นอกจากนี้ ดอลลาร์ดีดตัว 0.37% สู่ระดับ 1.156 เทียบยูโร และแข็งค่า 0.55% สู่ระดับ 154.39 เยน
คำเตือนจากซีอีโอของบริษัท AI ชั้นนำเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจาก AI ส่งผลกดดันต่อตลาดหุ้น และยังช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์ ขณะที่การคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันพุธ ก็เป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนค่าเงินสหรัฐ
ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงกว่า 200 จุดในวันนี้ โดยถูกกดดันจากแรงเทขายในหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทะยานขึ้นในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งทะลุระดับ 103 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 108 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากซาอุดีอาระเบียประกาศปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ท่ามกลางการโจมตีจากกลุ่มฮูตี
นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 15-16 ก.ย. รวมทั้งถ้อยแถลงของนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด
นอกจากนี้ ตลาดจับตารายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ของเจ้าหน้าที่เฟด และตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจสหรัฐ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อัตราว่างงาน และอัตราเงินเฟ้อ
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 90.3% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 16 ก.ย. และให้น้ำหนัก 9.7% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมดังกล่าว
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ