ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อนค่าเล็กน้อย หลังราคาน้ำมัน-บอนด์ยีลด์ชะลอตัว

ข่าวต่างประเทศ Friday September 18, 2026 07:09 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (17 ก.ย.) หลังจากราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ชะลอตัวลง ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนแรงลงหลังจากที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนเมื่อวันพุธ (16 ก.ย.) ขานรับธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% และส่งสัญญาณปรับขึ้นอีกในปีนี้

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ขยับลงมาอยู่ที่ระดับ 100.248

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8248 ฟรังก์ จากระดับ 0.825 ฟรังก์ในวันพุธ (16 ก.ย.) และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3992 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3994 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 156.04 เยน จากระดับ 155.92 เยน

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1475 ดอลลาร์ จากระดับ 1.147 ดอลลาร์ ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3353 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3382 ดอลลาร์

ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ปรับตัวลง 0.5% และราคาน้ำมันเบรนท์ [BRENT.X] ลดลง 0.95% หลังจากมีรายงานว่าซาอุดีอาระเบียตัดสินใจเพิ่มปริมาณการจัดส่งน้ำมันดิบให้แก่โรงกลั่นน้ำมันในเอเชีย โดยดำเนินการขนส่งผ่านประเทศโอมาน ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานชะงักงัน

ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปรับตัวลงสู่ระดับต่ำกว่า 5% โดยลดลง 0.07% มาอยู่ที่ระดับ 4.93%

การชะลอตัวลงของราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรเป็นปัจจัยที่ทำให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนแรงลง หลังจากที่พุ่งขึ้นขานรับเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเมื่อวันพุธ ซึ่งเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2566 พร้อมระบุในแถลงการณ์ว่า เฟดมุ่งมั่นที่จะฉุดเงินเฟ้อให้กลับสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% ให้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าเฟดจะดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นในปีนี้

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 10,000 ราย สู่ระดับ 196,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว

ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านลดลง 2.6% สู่ระดับ 1.275 ล้านยูนิตในเดือนส.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 1.320 ล้านยูนิต จากระดับ 1.309 ล้านยูนิตในเดือนก.ค.

ด้านสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐฯ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (Pending Home Sales) เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 0.2% และฟื้นตัวขึ้นอย่างมากจากเดือนก.ค.ที่ร่วงลง 2.6%

โดย รัตนา พงศ์ทวิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ