ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้นเหนือระดับ 157 เยน หลังจากรับทราบผลการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% จาก 1.00% สู่ระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี ที่ 1.25% ด้วยมติที่ไม่เป็นเอกฉันท์ โดยกรรมการ 2 ใน 9 คนคัดค้านการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวขึ้นประมาณ 1 เยน มาอยู่ที่กรอบล่าง 157 เยน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ ภายหลังจากที่ BOJ ประกาศผลการประชุมนโยบายการเงินดังกล่าว ทั้งนี้ ค่าเงินดอลลาร์เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบล่าง 156 เยน ก่อนเริ่มการประชุม
ณ เวลา 13.00 น. ตามเวลาโตเกียว ค่าเงินดอลลาร์เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 157.05-06 เยน เทียบกับระดับ 155.92-156.02 เยนในตลาดนิวยอร์ก และ 155.68-70 เยนในตลาดโตเกียวเมื่อเวลา 17.00 น. ของวานนี้
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า BOJ มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 1.25% จากเดิมที่ 1.0% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้เป็นวงกว้าง อย่างไรก็ตาม การคัดค้านของกรรมการ 2 รายได้จุดชนวนความกังวลเกี่ยวกับทิศทางในอนาคตของวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบัน และสร้างความผิดหวังให้กับผู้เล่นในตลาดบางส่วนที่คาดหวังว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระดับที่มากกว่านี้
ทั้งนี้ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ BOJ มีขึ้นหลังจากธนาคารกลางทั่วโลกเริ่มเปลี่ยนทิศทางไปสู่การดำเนินนโยบายคุมเข้มทางการเงิน โดยธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเมื่อวันพุธ (16 ก.ย.) ซึ่งเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับในรอบ 3 ปี และส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอีกในปีนี้ ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ในการประชุมเมื่อวันที่ 10 ก.ย. ซึ่งเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ
โดยนับเป็นครั้งแรกที่ BOJ, FED และ ECB ตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนเดียวกัน
โดย ปนัยดา ปัทมโกวิท/รัตนา พงศ์ทวิช