ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นในวันนี้ (18 ก.ย.) โดยได้ปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ชะลอตัวลง ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามคาด
ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ปิดภาคเช้าที่ระดับ 24,768.84 จุด เพิ่มขึ้น 164.55 จุด หรือ +0.67%
ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ปิดปรับตัวลง 0.51% และราคาน้ำมันเบรนท์ [BRENT.X] ลดลง 0.95% ในวันพฤหัสบดี (17 ก.ย.) หลังมีรายงานว่าซาอุดีอาระเบียตัดสินใจเพิ่มปริมาณการจัดส่งน้ำมันดิบให้แก่โรงกลั่นน้ำมันในเอเชีย โดยดำเนินการขนส่งผ่านประเทศโอมาน ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานชะงักงัน
ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับต่ำกว่า 5% โดยลดลง 0.07% มาอยู่ที่ระดับ 4.93% ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะต้นทุนการกู้ยืมสูง
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีมติเป็นเอกฉันท์ด้วยคะแนนเสียง 12-0 ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2566 พร้อมระบุในแถลงการณ์ว่า เฟดมุ่งมั่นที่จะฉุดเงินเฟ้อให้กลับสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% ให้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าเฟดจะดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นในปีนี้เพื่อสกัดเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 24 ก.ย. ณ กรุงวอชิงตัน สหรัฐฯ
โดย ปรียพรรณ มีสุข/รัตนา พงศ์ทวิช