การค้าสินค้าเกษตร พลังงาน และแร่หายาก กลายเป็นประเด็นสำคัญที่สหรัฐฯ และจีนใช้เป็นเครื่องมือต่อรองในสงครามการค้า และมีแนวโน้มถูกหยิบยกขึ้นหารืออีกครั้ง เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ให้การต้อนรับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนที่กรุงวอชิงตันในวันที่ 24 ก.ย. โดยประเด็นสำคัญที่มีการจับตาในขณะนี้มีดังนี้
สินค้าเกษตร
สินค้าเกษตร โดยเฉพาะถั่วเหลือง เป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญของสหรัฐฯ ไปยังจีน โดยมีมูลค่า 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2567 ขณะเดียวกัน สินค้าเกษตรถือเป็นหนึ่งในประเด็นที่มีความอ่อนไหวต่อความสัมพันธ์ทางการค้าน้อยที่สุด จึงมีแนวโน้มเป็นประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้
ในการประชุมสุดยอดที่เมืองปูซานของเกาหลีใต้เมื่อปีที่แล้ว จีนตกลงซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ ปีละ 25 ล้านตันจนถึงปี 2571 ตามข้อมูลของทำเนียบขาว ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า จีนยังตกลงเพิ่มเติมที่จะซื้อสินค้าเกษตรประเภทอื่นจากสหรัฐฯ อีก 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ ระหว่างการเยือนกรุงปักกิ่งของทรัมป์เมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา
รัฐบาลจีนไม่เคยยืนยันข้อตกลงดังกล่าว แต่จีนมีแนวโน้มที่จะทำได้ตามเป้าหมายการซื้อถั่วเหลือง ขณะที่การบรรลุเป้าหมายการซื้อสินค้าเกษตรประเภทอื่น ๆ จะต้องได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า 10% ที่ยังคงเหลืออยู่จากสงครามการค้า
นักวิเคราะห์คาดว่าอาจมีการยกเว้นภาษีบางส่วน หลังจาก เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันที่ 3 ก.ย.ว่า อาจมีการประกาศมาตรการจูงใจเพื่อส่งเสริมการขายสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ ให้แก่จีน โดยข้าวฟ่างและข้าวโพดถือเป็นสินค้าตัวเก็งที่จะได้รับการยกเว้นภาษี เนื่องจากในอดีตเป็นสินค้าส่งออกสำคัญอันดับต้น ๆ รองจากถั่วเหลือง
พลังงาน
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันและก๊าซจากสหรัฐฯ ในปริมาณไม่มากและซื้อเป็นระยะ แต่การนำเข้าหยุดชะงักลงเมื่อปีที่แล้ว หลังรัฐบาลจีนเรียกเก็บภาษีนำเข้า 10-15% ขณะที่สหรัฐฯ พยายามผลักดันให้การค้าด้านพลังงานกลับมาอีกครั้ง นับตั้งแต่ทรัมป์เยือนกรุงปักกิ่งเมื่อเดือนพ.ค.
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานเมื่อวันอังคาร (15 ก.ย.) ว่า ภาษีพลังงานอาจเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจลดภาษีต่างตอบแทนมูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งมีการส่งสัญญาณไว้หลังการประชุมสุดยอดในเดือนพ.ค. แต่ยังไม่ได้ดำเนินการ โดยมาตรการดังกล่าวอาจนำไปสู่การกลับมานำเข้าพลังงานจากสหรัฐฯ อีกครั้ง หลังจากในช่วงปี 2563-2567 การนำเข้ามีมูลค่าระหว่าง 7.5 พันล้านดอลลาร์ถึง 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี
อย่างไรก็ตาม การกลับมานำเข้าดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของสหรัฐฯ จะได้รับรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมากในทันที เนื่องจากแม้การนำเข้า LNG ของจีนจะหยุดลงหลังการเรียกเก็บภาษี แต่ผู้ซื้อจีนยังคงปฏิบัติตามสัญญาระยะยาวกับผู้จัดหา LNG ในสหรัฐฯ และนำเที่ยวเรือขนส่ง LNG ที่รับมอบแล้วไปขายต่อในตลาดอื่น
แร่หายาก
การที่จีนควบคุมการผลิตแร่หายากและตัดสินใจจำกัดการส่งออกไปยังสหรัฐฯ เป็นปัจจัยที่ทำให้ทรัมป์ต้องกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาในปีนี้ แม้ขณะนี้ปริมาณแร่หายากที่ส่งออกจากจีนจะเพิ่มขึ้นแล้ว แต่ประเด็นดังกล่าวยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์
บริษัทสหรัฐฯ ในอุตสาหกรรมที่มีความอ่อนไหวสูง เช่น อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ รวมถึงการผลิตชิป ยังคงประสบปัญหาในการเข้าถึงแร่หายาก ขณะที่ผู้ส่งออกจีนบางรายปฏิเสธที่จะจัดส่งสินค้าไปยังสหรัฐฯ เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับผลกระทบจากรัฐบาลจีน หากความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศกลับมาแย่ลงอีกครั้ง
รอยเตอร์รายงานว่า ประเด็นดังกล่าวอยู่ในวาระการวางแผนของสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เรียกร้องให้จีนปฏิบัติตามคำมั่นที่จะรักษาการส่งมอบวัตถุดิบสำคัญเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง
มาตรการคว่ำบาตร
จีนเป็นหนึ่งในผู้ซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านและรัสเซียรายใหญ่มาโดยตลอด และสหรัฐฯ ได้ใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อโรงกลั่นน้ำมันและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้าดังกล่าวมาเป็นเวลาหลายปี
ก่อนการประชุมสุดยอดครั้งนี้ สหรัฐฯ ส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรบางส่วน ขณะเดียวกันก็ขู่ว่าจะใช้มาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม
ทรัมป์กล่าวว่า เขาจะพิจารณายกเลิกมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนหลังการเยือนกรุงปักกิ่ง แม้ขณะนี้มาตรการดังกล่าวยังคงมีผลบังคับใช้ ขณะที่ตั้งแต่เดือนส.ค. สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ได้กำกับดูแลความพยายามครั้งใหม่ในการใช้มาตรการคว่ำบาตรทุติยภูมิต่อธนาคารที่จัดหาเงินทุนให้กับการค้าน้ำมันอิหร่าน แต่สังเกตได้ชัดเจนว่าไม่มีธนาคารจีนรวมอยู่ในกลุ่มเป้าหมาย
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต