นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ไทยประสบความสำเร็จในการผลักดันการเจรจาจัดทำพิธีสารฉบับที่ 1 เพื่อแก้ไขความตกลงด้านการลงทุนอาเซียน-ฮ่องกง (ASEAN-Hong Kong, China Investment Agreement: AHKIA) โดยไทย ในฐานะประเทศผู้ประสานงานของความตกลงดังกล่าว สามารถนำอาเซียนและฮ่องกง บรรลุข้อตกลงเพิ่มเติมเรื่องการเปิดตลาดการลงทุนได้สำเร็จ
ทั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความร่วมมือด้านการลงทุนระหว่างสองฝ่าย และจะช่วยส่งเสริมการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงขยายโอกาสทางธุรกิจในภูมิภาค โดยอาเซียนและฮ่องกงได้ลงนามพิธีสารดังกล่าว ในห้วงการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-ฮ่องกง (AEM-HKC) ครั้งที่ 10 เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2569 ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์
นางศุภจี กล่าวว่า พิธีสารฉบับดังกล่าว เป็นการผนวกผลสำเร็จของการจัดทำตารางข้อสงวนการเปิดตลาดการลงทุน ซึ่งมุ่งเปิดรับการลงทุนที่มีคุณภาพและสอดคล้องกับความต้องการของไทยในสาขาที่ฮ่องกงมีศักยภาพ อาทิ ยานยนต์ ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ยานยนต์ รวมถึงแผ่นวงจรพิมพ์ เพื่อสร้างการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานกับผู้ประกอบการไทยมากยิ่งขึ้น และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย
ตลอดจนขยายโอกาสให้นักลงทุนไทย เข้าไปลงทุนในฮ่องกงในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ เชื่อมโยงกับตลาดจีนภายใต้ข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative: BRI) เพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถรับมือกับความท้าทายจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง และยั่งยืนในระยะยาว
นางศุภจี ย้ำว่า ข้อผูกพันเปิดตลาดการลงทุนของไทยภายใต้พิธีสารฉบับนี้ ไม่กระทบต่อสิทธิในการกำกับดูแลและการกำหนดนโยบายของรัฐ อีกทั้งไม่จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายภายในประเทศเพิ่มเติม เนื่องจากข้อผูกพันดังกล่าวเป็นไปตามกรอบกฎหมายและมาตรการที่ใช้บังคับอยู่แล้วในปัจจุบัน
โดยไทยได้พิจารณาอย่างรอบคอบให้สอดคล้องกับเป้าหมาย และนโยบายของรัฐบาลในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ควบคู่กับการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงสาขาที่ฮ่องกงมีความสนใจ และมีศักยภาพในการลงทุน
ทั้งนี้ ความตกลง AHKIA มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2562 และมีผลใช้บังคับครบทุกภาคีเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 โดยครอบคลุมเรื่องการคุ้มครอง การส่งเสริม และการอำนวยความสะดวกการลงทุน ขณะที่ประเด็นการเปิดตลาดการลงทุน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่คงค้างอยู่ ได้เริ่มเจรจาอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2564 ก่อนที่สองฝ่ายจะสามารถสรุปผลการเจรจา พร้อมดำเนินการขัดเกลาถ้อยคำทางกฎหมาย (Legal Scrubbing) และตรวจสอบความถูกต้อง (Verification) แล้วเสร็จเมื่อเดือนเดือนมีนาคม 2569
ความสำเร็จดังกล่าว นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานด้านการลงทุน ระหว่างอาเซียนกับฮ่องกง ส่งเสริมความโปร่งใส และความคาดการณ์ได้ของกฎระเบียบ อันจะช่วยลดอุปสรรคในการลงทุน สร้างสภาพแวดล้อมการลงทุนที่ทันสมัย และเอื้อต่อการลงทุน ตลอดจนเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนมากยิ่งขึ้น รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ระบุ
โดย พณฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์