นายบรรณรงค์ พิชญากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.บัวหลวง (BBLAM) กล่าวว่า โลกการลงทุนในปัจจุบันมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากขึ้น การสร้างผลลัพธ์การลงทุนระยะยาวจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการคัดเลือกสินทรัพย์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการจัดสรรสินทรัพย์ การกระจายความเสี่ยง และการบริหารพอร์ตอย่างมีวินัย BBLAM เชื่อว่า หน้าที่ของเรา คือ การทำให้ผู้ลงทุนเข้าถึงกระบวนการลงทุนดังกล่าวได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น ความสำเร็จของ B-WEALTH Series จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการต่อยอดสู่ B-WEALTH RMFSeries ซึ่งนำแนวคิดการบริหารพอร์ตแบบเดียวกันมาประยุกต์ใช้กับการลงทุนเพื่อการเกษียณ เพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนมีเครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
BBLAM เตรียมเสนอขาย B-WEALTH RMF Series กลุ่มกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ครั้งแรกระหว่างวันที่ 23-30 กันยายน 2569 เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนลงทุนเพื่อการเกษียณ พร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามหลักเกณฑ์ที่ภาครัฐกำหนด
กองทุน B-WEALTH RMF Series ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากแนวคิดเดียวกับ B-WEALTH Series โดยเน้นการจัดสรรการลงทุน (Asset Allocation) ในสินทรัพย์ที่หลากหลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผ่านการคัดเลือกกองทุนคุณภาพจากทีมผู้จัดการลงทุนของ BBLAM และเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก เพื่อรวบรวมโอกาสการลงทุนไว้ในกองทุนเดียว ผู้ลงทุนจึงไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์ เลือกกองทุน หรือปรับสัดส่วนการลงทุนด้วยตนเอง ขณะที่ ทีมผู้เชี่ยวชาญจะติดตามสถานการณ์และปรับพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมอย่างต่อเนื่องภายใต้กรอบนโยบายที่กำหนด
จุดเด่นสำคัญของ B-WEALTH RMF Series คือ การเป็น พอร์ตการลงทุนแบบครบวงจรในกองทุนเดียว รูปแบบเดียวกับ B-WEALTH Series มีการปรับพอร์ตตามภาวะตลาดอย่างเป็นระบบ และยังช่วยเพิ่มทางเลือกในการกระจายความเสี่ยงไปยังหุ้น ตราสารหนี้ สินทรัพย์ทางเลือก และภูมิภาคการลงทุนต่างๆ ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ และยังสามารถใช้ B-WEALTH RMF Series เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนการเงินระยะยาวเพื่อวัยเกษียณ พร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
สำหรับ B-WEALTH RMF Series ประกอบด้วย กองทุนรวม 5 กองทุนที่ออกแบบให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงและเป้าหมายการลงทุนที่แตกต่างกันของผู้ลงทุน ตั้งแต่ B-WEALTHCRMF (Wealth Conservative RMF) เน้นการลงทุนในตราสารหนี้และสินทรัพย์ที่มีความผันผวนต่ำในสัดส่วนที่สูง โดยจะลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูง (หุ้นและทรัพย์สินทางเลือก) เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกิน 20% ของ NAV
B-WEALTHMRMF (Wealth Moderate RMF) และ B-WEALTHBRMF (Wealth Balanced RMF) มุ่งสร้างความสมดุลระหว่างโอกาสการเติบโต รวมถึงการบริหารความเสี่ยงผ่านการผสมผสานการลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุน โดยจะลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูง (หุ้นและทรัพย์สินทางเลือก) เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกิน 40% ของ NAV และ 60% ของ NAV ตามลำดับ ซึ่งทั้งสามกองทุนมีระดับความเสี่ยง 5 (เสี่ยงปานกลาง ค่อนข้างสูง)
สำหรับ B-WEALTHDRMF (Wealth Dynamic RMF) และ B-WEALTHGRMF (Wealth Growth RMF) ที่ให้น้ำหนักการลงทุนในตราสารทุนมากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว พร้อมกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์และภูมิภาคทั่วโลก โดยจะลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูง (หุ้นและทรัพย์สินทางเลือก) เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกิน 80% ของ NAV ซึ่งทั้งสองกองทุนมีระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง)
BBLAM มองว่า การลงทุนเพื่อเกษียณเป็นเป้าหมายทางการเงินระยะยาวที่สำคัญของคนไทย และการเริ่มต้นลงทุนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันนี้ โดยอาศัยการจัดสรรการลงทุนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของแต่ละบุคคล จะช่วยสนับสนุนการวางแผนทางการเงินเพื่อวัยเกษียณอย่างเป็นระบบ ตลอดจนส่งเสริมวินัยการลงทุนในระยะยาว ทั้งยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการลงทุนในกองทุน RMF ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดตามกฎหมายอีกด้วย
B-WEALTH RMF Series จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่ต้องการวางแผนลดหย่อนภาษี ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว โดยไม่จำเป็นต้องรอซื้อในช่วงปลายปี ไม่ต้องกังวลเรื่องการจับจังหวะการลงทุน หรือการติดตามปรับพอร์ตด้วยตนเอง เนื่องจากผู้จัดการกองทุนจะทำหน้าที่บริหารและปรับสัดส่วนการลงทุนให้สอดคล้องกับภาวะตลาดอย่างต่อเนื่องภายใต้กรอบนโยบายที่กำหนด ช่วยให้การลงทุนเพื่อเกษียณเป็นเรื่องที่สะดวก เข้าถึงได้ง่าย และตอบโจทย์ความต้องการของผู้ลงทุนที่ต้องการทั้งโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาวและสิทธิประโยชน์ทางภาษีไปพร้อมกัน