กระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชาเปิดเผยในวันนี้ (27 ต.ค.) ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเยือนกัมพูชาร่วงลง 43.7% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 2.46 ล้านคนในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ซึ่งลดลงอย่างรวดเร็วจากระดับ 4.37 ล้านคนในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
รายงานเผยว่า เวียดนาม จีน และสหรัฐฯ เป็นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติหลักที่เดินทางเข้ามายังกัมพูชาในช่วงเดือนม.ค.-ก.ย.
รายงานระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศในภูมิภาคร่วงลงอย่างหนัก โดยนักท่องเที่ยวชาวเวียดนามลดลง 28% สู่ระดับ 651,486 คน และนักท่องเที่ยวชาวจีนลดลง 27.6% สู่ระดับ 643,314 คน ขณะที่การเดินทางเข้าประเทศจากสหรัฐฯ ลดลงในอัตราที่น้อยกว่า โดยลดลง 5.6% สู่ระดับ 140,276 คน
ฮวต ฮัก รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชา ระบุว่า ทิศทางชะลอตัวดังกล่าวเป็นผลมาจากปัจจัยลบที่รุนแรงทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยมีสาเหตุหลักมาจากข่าวเชิงลบเกี่ยวกับเครือข่ายสแกมเมอร์ออนไลน์ ความตึงเครียดบริเวณชายแดนกัมพูชา-ไทย และความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้นและบั่นทอนความสนใจในการเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก
ทั้งนี้ การท่องเที่ยวจัดเป็นหนึ่งในเสาหลักทางเศรษฐกิจของกัมพูชา ร่วมกับภาคเกษตรกรรม การก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการส่งออกสินค้าภาคการผลิต เช่น เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย รองเท้า และสินค้าเดินทาง
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การลดลงอย่างรวดเร็วนี้สวนทางอย่างสิ้นเชิงกับภาพรวมตลอดปี 2568 ซึ่งกัมพูชาต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงถึง 5.57 ล้านคน และสร้างรายได้รวมประมาณ 3.87 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทอง เมงดาวิด รองผู้อำนวยการศูนย์จีน-อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์กัมพูชา แสดงความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะฟื้นตัวกลับมาได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยกล่าวกับสำนักข่าวซินหัวว่า ความมุ่งมั่นอย่างจริงจังของกัมพูชาในการจัดการกับปัญหาขบวนการสแกมเมอร์ออนไลน์จะช่วยกอบกู้ชื่อเสียงในระดับนานาชาติ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลกขึ้นมาใหม่
การลดอุปสรรคด้านการเดินทางและการเร่งแก้ไขข้อวิตกกังวลด้านความปลอดภัย จะทำให้กัมพูชาสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก ทั้งกลุ่มที่เดินทางมาเป็นครั้งแรกและกลุ่มที่เคยเดินทางมาแล้วให้กลับมาได้อย่างแน่นอน เขากล่าว
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กัลยาณี ชีวะพานิช