ผลการนับคะแนน 85.6% ของการเลือกตั้งรัฐสภาในอิสราเอล พบว่า พรรคการเมืองซึ่งเป็นฝ่ายต่อต้านนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล สามารถคว้า 67 ที่นั่ง จากทั้งหมด 120 ที่นั่งในรัฐสภาเนสเซต (Knesset) ของอิสราเอล
หากผลการนับคะแนนทั้งหมดอย่างเป็นทางการไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากตัวเลขดังกลาว จะทำให้พรรคการเมืองซึ่งเป็นคู่แข่งของนายเนทันยาฮู สามารถคว้าที่นั่งเกิน 61 ที่นั่ง ซึ่งเป็นจำนวนที่จำเป็นสำหรับการครองเสียงข้างมากในรัฐสภา
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีบัตรเลือกตั้งประมาณ 500,000 ใบที่ลงคะแนน ณ หน่วยเลือกตั้งในฐานทัพ โรงพยาบาล และสถาบันอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้รับการนับ โดยคาดว่าการนับคะแนนทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายในวันศุกร์
จากการนับคะแนนล่าสุด กลุ่มการเมืองฝ่ายขวาของนายเนทันยาฮูได้รับ 53 ที่นั่ง ขณะที่ฝ่ายต่อต้านได้รับ 67 ที่นั่ง ในจำนวนนี้เป็น 48 ที่นั่งของกลุ่มการเมืองที่นำโดยนายกาดี ไอเซนคอต อดีตเสนาธิการทหารสูงสุด และอีก 19 ที่นั่งของพรรคการเมืองอาหรับ
พรรคลิคุด (Likud) ของนายเนทันยาฮูยังคงเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่สุด โดยได้รับ 26 ที่นั่ง ตามมาด้วยพรรคยาชาร์ (Yashar) ของนายไอเซนคอต ซึ่งได้รับ 21 ที่นั่ง
ส่วนกลุ่มจอยต์ลิสต์ (Joint List) ซึ่งเป็นพันธมิตรของพรรคการเมืองที่มีสมาชิกส่วนใหญ่เป็นชาวอาหรับ และพรรคทูเกเธอร์ (Together) ซึ่งเป็นพรรคสายกลางขวา ต่างได้รับพรรคละ 12 ที่นั่ง ขณะที่พรรคราอัม (Raam) ซึ่งมีสมาชิกส่วนใหญ่เป็นชาวอาหรับ ได้รับ 7 ที่นั่ง
พรรคการเมืองอาหรับได้เรียกร้องให้มีการจัดตั้งรัฐบาลผสมร่วมกับกลุ่มของนายไอเซนคอต โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความร่วมมือระหว่างชาวยิวและชาวอาหรับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
อย่างไรก็ตาม ก่อนการเลือกตั้ง นายไอเซนคอตได้ยืนยันหลายครั้งว่า เขาจะไม่จัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคการเมืองอาหรับ และจะไม่พึ่งพาการสนับสนุนจากพรรคเหล่านี้ ขณะที่นายเนทันยาฮูก็ปฏิเสธการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคการเมืองอาหรับเช่นกัน
ด้านนายไอแซก เฮอร์ซอก ประธานาธิบดีอิสราเอล กล่าวว่า ทุกฝ่ายจะต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อหลีกเลี่ยงการเลือกตั้งรอบใหม่ หลังจากผลการเลือกตั้งเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่า กลุ่มการเมืองหลักทั้งสองฝ่ายยังไม่มีฝ่ายใดได้รับเสียงข้างมากในรัฐสภา
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ