ราคาทองดีดตัวเหนือระดับ 3,900 ดอลลาร์ในวันนี้ และฟื้นตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปีที่ทำไว้เมื่อวันศุกร์ โดยการดิ่งลงของราคาน้ำมันช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ขณะที่นักลงทุนหันมาให้ความสนใจกับการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในวันพรุ่งนี้ และผลกระทบที่การเลือกตั้งอาจมีต่อนโยบายการคลังของสหรัฐ
ณ เวลา 23.31 น.ตามเวลาไทย ราคาทองสปอต [GOLD.X] บวก 79.88 ดอลลาร์ หรือ 2.06% สู่ระดับ 3,965.41 ดอลลาร์/ออนซ์
ส่วนสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. บวก 76.50 ดอลลาร์ หรือ 1.95% สู่ระดับ 3,975.40 ดอลลาร์/ออนซ์
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดิ่งลงอย่างต่อเนื่องในวันนี้ ล่าสุด ราคาน้ำมันดิบเบรนท์หลุดระดับ 107 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ร่วงหลุด 98 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน หลังมีรายงานว่า ผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้อนุมัติให้รัฐบาลอิหร่านมีอำนาจเพิ่มขึ้นในการตัดสินใจเจรจากับสหรัฐ
ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน กล่าวในวันนี้ว่า อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้อนุมัติให้รัฐบาลอิหร่านมีอำนาจบางประการในการตัดสินใจเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐ
รายงานดังกล่าวบ่งชี้ว่า ผู้นำสูงสุดของอิหร่านกำลังเปิดทางให้รัฐบาลของปธน.เปเซชเคียนมีอำนาจมากขึ้นในการตัดสินใจเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐ
การให้อำนาจของผู้นำสูงสุดของอิหร่านจะช่วยลดขั้นตอนการเจรจา ทำให้รัฐบาลสามารถเจรจาและประสานงานกับกาตาร์และปากีสถานได้รวดเร็วขึ้น โดยไม่ต้องกลับไปขอความเห็นชอบในทุกประเด็นย่อย
นอกจากนี้ สื่อของทางการอิหร่านรายงานว่า ปธน.เปเซชเคียนกล่าวว่า อิหร่านจะพยายามแก้ไขปัญหาความขัดแย้งกับสหรัฐด้วยการเจรจา
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อิหร่านส่งสัญญาณว่าการบรรลุข้อตกลงยังคงเป็นไปได้ หลังจากการเจรจาเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งมีกาตาร์ทำหน้าที่เป็นคนกลาง โดยอิหร่านระบุว่า หากบรรลุข้อตกลง อาจมีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายในเวลาเพียง 2 วัน แทนที่จะใช้เวลา 7 วันตามแผนเดิม แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ สหรัฐจะต้องยุติการปิดล้อมทางทะเล และตอบสนองข้อเรียกร้องของอิหร่าน
นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการหลีกเลี่ยงการใช้กำลังทางทหาร และประสงค์จะแก้ไขความขัดแย้งกับอิหร่านด้วยแนวทางการทูต
ขณะนี้ความสนใจของตลาดกำลังหันไปสู่การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในวันพรุ่งนี้ เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อนโยบายการคลังและบรรยากาศการลงทุนในตลาดโดยรวม
ทั้งนี้ สหรัฐจะจัดการเลือกตั้งกลางเทอมในวันพรุ่งนี้ (3 พ.ย.) โดยมีการคาดว่าพรรคเดโมแครตจะสามารถกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ส่วนการครองเสียงข้างมากในวุฒิสภายังคงมีความไม่แน่นอน
การนับคะแนนเลือกตั้งจะเริ่มขึ้นในช่วงค่ำวันพรุ่งนี้ โดยจอร์เจีย อินเดียนา เคนทักกี เซาท์แคโรไลนา เวอร์จิเนีย และเวอร์มอนต์ จะเป็นกลุ่มรัฐที่เริ่มมีการนับคะแนนก่อน ในวันอังคารที่ 3 พ.ย. เวลา 19.00 น. ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับเช้าวันพุธที่ 4 พ.ย. เวลา 07.00 น. ตามเวลาไทย ซึ่งจะทำให้หลายฝ่ายสามารถเริ่มประเมินแนวโน้มผลการเลือกตั้ง
นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่า การนับคะแนนอาจยืดเยื้อออกไปหลายวัน หากมีการต่อสู้ทางกฎหมายในรัฐที่มีการแข่งขันอย่างสูสี โดยเฉพาะการนับคะแนนทางไปรษณีย์และบัตรที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ