ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ในวันจันทร์ (2 พ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ร่วงลงอย่างหนัก ซึ่งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นและกระตุ้นให้นักลงทุนกลับเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ตลาดจับตาการประกาศมติอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ในสัปดาห์นี้
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,761.33 จุด เพิ่มขึ้น 31.55 จุด หรือ +0.29%
ราคาน้ำมันร่วงลง 7.5% โดยน้ำมันดิบ Brent เคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 104 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังการเจรจาระหว่างอิหร่านกับกาตาร์ช่วยเพิ่มความหวังว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอาจยุติลง
หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลง 3.3% โดยหุ้น Ithaca Energy ร่วงลง 6% ขณะที่หุ้น BP และ Shell ร่วงลง 4.4% และ 2.9% ตามลำดับ
ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลงปรับตัวขึ้น โดยดัชนีหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและนันทนาการ เพิ่มขึ้น 2.7% ดัชนีกลุ่มก่อสร้างและวัสดุก่อสร้างพุ่งขึ้น 2.8% และดัชนีกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและบริการปรับขึ้น 2.5%
หุ้นกลุ่มเภสัชภัณฑ์ลดลง 0.7% หลังจากพุ่งขึ้นมากกว่า 5% เมื่อวันศุกร์ ซึ่งเป็นการปรับขึ้นรายวันที่มากที่สุดในรอบประมาณ 13 เดือน
นักลงทุนจับตาการประชุมของ BoE ในวันพฤหัสบดีนี้ (5 พ.ย.) โดยตลาดคาดการณ์เป็นวงกว้างว่า ธนาคารกลางจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี
อัตราเงินเฟ้อของอังกฤษในเดือนก.ย. ที่สูงกว่าคาดการณ์ยิ่งตอกย้ำแนวโน้มการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น ขณะเดียวกัน ข้อมูลที่เปิดเผยเมื่อวันจันทร์แสดงให้เห็นว่า ผลผลิตของภาคการผลิตอังกฤษในเดือนต.ค. ขยายตัวแข็งแกร่งที่สุดในรอบกว่า 2 ปี
สำหรับภาพรวมทั้งเดือนต.ค. ดัชนี FTSE 100 ปรับตัวขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน และทำผลงานได้ดีกว่าดัชนี S&P500 ของสหรัฐฯ ซึ่งลดลงเกือบ 1% จากแรงเทขายหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI
นอกจากนี้ งบประมาณฉบับแรกของจอห์น ฮีลีย์ รัฐมนตรีคลังอังกฤษที่ประกาศเมื่อสัปดาห์ก่อน ยังช่วยหนุนหุ้นกลุ่มธนาคารและธุรกิจพนัน หลังมาตรการปรับขึ้นภาษีสำหรับธุรกิจทั้งสองกลุ่มออกมารุนแรงน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ พร้อมทั้งจัดสรรงบประมาณสนับสนุนแผนด้านกลาโหมของอังกฤษ ส่งผลให้หุ้นที่เกี่ยวข้องปรับตัวขึ้น
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช