สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (2 พ.ย.) หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ชะลอตัวลง ขณะที่นักลงทุนจับตาการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ รวมทั้งตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.16% แตะที่ระดับ 101.719
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8183 ฟรังก์ จากระดับ 0.8236 ฟรังก์ในวันศุกร์ (30 ต.ค.) แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 157.91 เยน จากระดับ 157.37 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3987 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3956 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1194 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1167 ดอลลาร์ในวันศุกร์ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3410 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3394 ดอลลาร์
ดัชนีดอลลาร์ปรับตัวลง หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปรับตัวลงสู่ระดับต่ำกว่า 5% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ต่างก็ร่วงลงกว่า 7% หลังมีรายงานว่าอิหร่านส่งสัญญาณเปิดรับการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติความขัดแย้งกับสหรัฐฯ ซึ่งทำให้ตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ
นักลงทุนจับตาการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ โดยจอร์เจีย อินเดียนา เคนทักกี เซาท์แคโรไลนา เวอร์จิเนีย และเวอร์มอนต์ จะเป็นกลุ่มรัฐที่เริ่มมีการนับคะแนนก่อน ในวันอังคารที่ 3 พ.ย. เวลา 19.00 น. ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับเช้าวันพุธที่ 4 พ.ย. เวลา 07.00 น. ตามเวลาไทย ซึ่งจะทำให้หลายฝ่ายสามารถเริ่มประเมินแนวโน้มผลการเลือกตั้ง
การเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้จะเป็นตัวตัดสินว่าพรรคเดโมแครตจะสามารถชิงเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรคืนจากพรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้หรือไม่ ขณะที่ผลสำรวจบ่งชี้ว่า พรรคเดโมแครตมีแนวโน้มที่จะชนะในสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่ผลลัพธ์ในวุฒิสภายังคงไม่ชัดเจน ทั้งนี้ พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากทั้งสองสภาในช่วงสองปีแรกของวาระการดำรงตำแหน่งของทรัมป์
นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ (6 พ.ย.) โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 63,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนต.ค.จะทรงตัวที่ระดับ 4.2%
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยล่าสุด สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 55.5 ในเดือนต.ค. จากระดับ 54.5 ในเดือนก.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 54.5
ทั้งนี้ ดัชนียังคงปรับตัวสูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคการผลิตของสหรัฐฯ ยังคงขยายตัว และการขยายตัวเดือนที่ 9 ติดต่อกัน โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน
โดย รัตนา พงศ์ทวิช