ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศปรับเพิ่มอัตราส่วนการกันสำรอง (RRR) เงินตราต่างประเทศของสถาบันการเงิน ขึ้นสู่ระดับ 6% จากเดิม 4% โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย.
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในมาตรการที่แรงที่สุดเพื่อชะลอการแข็งค่าของสกุลเงินหยวนที่ดำเนินมาเป็นระยะเวลานาน โดยมีแนวโน้มว่าจะทำให้เงินหยวนอ่อนค่าลงในวันเดียวมากที่สุดในรอบ 6 เดือน และจะส่งผลให้มีการดึงสภาพคล่องสกุลเงินตราต่างประเทศออกจากระบบการเงินเพิ่มอีก 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์
การประกาศเพิ่ม RRR ในวันนี้เป็นการปรับนโยบายจากเมื่อสามปีก่อนที่ PBOC ตัดสินใจลด RRR ในเดือนก.ย. 2566 ซึ่งการดำเนินการครั้งนั้นมีเป้าหมายเพื่อสกัดกั้นการอ่อนค่าอย่างรวดเร็วของเงินหยวนและการไหลออกของเงินทุน
แถลงการณ์ของ PBOC ระบุว่า การตัดสินใจปรับขึ้น RRR ในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างการบริหารจัดการสภาพคล่องสกุลเงินตราต่างประเทศของสถาบันการเงินให้แข็งแกร่งขึ้น
หลังจากการประกาศดังกล่าว สกุลเงินหยวนในตลาดภายในประเทศจีน (onshore) อ่อนค่าลงถึง 0.37% แตะระดับต่ำสุดที่ 6.6728 หยวนต่อดอลลาร์ โดยเป็นการอ่อนค่าลงมากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค. และมีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าลงในวันเดียวมากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.
ขณะที่สกุลเงินหยวนนอกจีนแผ่นดินใหญ่ (offshore) อ่อนค่าลงตามกัน
นับตั้งแต่ต้นปีนี้ สกุลเงินหยวนแข็งค่าขึ้นกว่า 5% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ โดยแตะระดับที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2565 และกลายเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในเอเชีย ซึ่งความแข็งแกร่งนี้ได้แรงหนุนจากการส่งออกที่สดใส การเกินดุลการค้ามูลค่ามหาศาล และการที่ภาคเอกชนแปลงสกุลเงินตราต่างประเทศในปริมาณมาก
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปนัยดา ปัทมโกวิท