ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดลบ 197.26 จุด แต่ Nasdaq ฟื้นตัวจากแรงซื้อหุ้น AI

ข่าวต่างประเทศ Wednesday November 4, 2026 06:27 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (3 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังผลประกอบการของบริษัท Apple อย่างไรก็ตาม แรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นปัจจัยหนุนดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดตลาดปรับตัวขึ้น ขณะที่นักลงทุนจับตาการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ รวมทั้งตัวเลขจ้างนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ด้วย

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 51,786.72 จุด ลดลง 197.26 จุด หรือ -0.38%
  • ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,568.92 จุด เพิ่มขึ้น 27.52 จุด หรือ +0.36%
  • ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 25,372.01 จุด เพิ่มขึ้น 207.65 จุด หรือ +0.83%

หุ้น Apple ร่วงลง 1.9% และเป็นปัจจัยฉุดดัชนีดาวโจนส์ หลังจากบริษัทคาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้น (gross margins) ลดลง โดยระบุถึงต้นทุนชิปหน่วยความจำที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ บริษัทเปิดเผยยอดขายผลิตภัณฑ์ iPad และอุปกรณ์เสริมลดลง และคาดการณ์การเติบโตของรายได้จากธุรกิจบริการต่ำกว่าที่ตลาดวอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนี S&P500 โดยพุ่งขึ้น 1.3% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมดีดตัวขึ้น 0.96% ส่วนหุ้นกลุ่มวัสดุปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 1.93% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคร่วงลง 1.76%

หุ้น Micron Technology ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ พุ่งขึ้น 2.6% ขณะที่หุ้น Nvidia ผู้ผลิตชิป AI รายใหญ่ ดีดตัวขึ้น 2.3% โดยราคาหุ้นฟื้นตัวหลังจากที่ร่วงลงติดต่อกัน 4 วันทำการก่อนหน้านี้

หุ้น Microsoft และหุ้น Amazon ต่างก็ปรับตัวขึ้นกว่า 2% ขณะที่ดัชนี Philadelphia SE Semiconductor (SOX) ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นกลุ่มชิป พุ่งขึ้น 2.6%

นักวิเคราะห์จากบริษัท Infrastructure Capital Management ให้ความเห็นว่า นักลงทุนหมุนเวียนการลงทุนออกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ปลอดภัยอย่าง Apple ไปซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีความเสี่ยงสูงกว่า เช่นหุ้นบริษัทผลิตชิป โดยเฉพาะหุ้นที่ร่วงลงอย่างหนักก่อนหน้านี้ ซึ่งแรงซื้อดังกล่าวเป็นปัจจัยหนุนดัชนี Nasdaq ฟื้นตัว

ก่อนหน้านี้ ดัชนี Nasdaq ร่วงลงติดต่อกันหลายวัน ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าบริษัทเทคโนโลยีอาจสร้างผลตอบแทนที่ไม่คุ้มค่ากับเม็ดเงินจำนวนมากที่ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบริษัท Amazon และ Alphabet รายงานผลประกอบการที่น่าผิดหวัง และเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายจำนวนมากในเทคโนโลยี AI

นักลงทุนจับตาการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ขณะที่ผลสำรวจบ่งชี้ว่า พรรคเดโมแครตมีแนวโน้มที่จะคว้าชัยชนะในสภาผู้แทนราษฎร แต่ผลลัพธ์ในวุฒิสภายังคงไม่ชัดเจน โดยปัจจุบัน พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา

ทั้งนี้ พรรคเดโมแครตจำเป็นต้องได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นสุทธิอย่างน้อย 4 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร จากปัจจุบัน 214 เป็น 218 ที่นั่ง เพื่อครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรที่มีทั้งหมด 435 ที่นั่ง ส่วนในวุฒิสภา พรรคเดโมแครตจำเป็นต้องได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นสุทธิอย่างน้อย 4 ที่นั่งเช่นกัน เพื่อให้พรรคเดโมแครตและพันธมิตร ซึ่งขณะนี้ครอง 47 ที่นั่ง มีที่นั่งเพิ่มขึ้นเป็น 51 ที่นั่ง เพื่อครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาที่มีทั้งหมด 100 ที่นั่ง

นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ (6 พ.ย.) โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 63,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนต.ค.จะทรงตัวที่ระดับ 4.2%

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยล่าสุด สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน เพิ่มขึ้น 333,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 7.523 ล้านตำแหน่งในเดือนก.ย. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 7.100 ล้านตำแหน่ง จากระดับ 7.190 ล้านตำแหน่งในเดือนส.ค.

ทั้งนี้ ตัวเลข JOLTS นับเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสนใจ โดยมองว่าเป็นมาตรวัดภาวะตึงตัวในตลาดแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยในการพิจารณานโยบายการเงิน และอัตราดอกเบี้ยของเฟด

โดย รัตนา พงศ์ทวิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ