ตลาดหุ้นลอนดอนปิดร่วงลงรุนแรงที่สุดในรอบ 1 เดือนในวันอังคาร (3 พ.ย.) โดยถูกกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มเหมืองแร่และธนาคาร ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ และการประชุมกำหนดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ในวันพฤหัสบดีนี้
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,638.43 จุด ลดลง 122.90 จุด หรือ -1.14%
ดัชนี FTSE 100 ปิดลดลงหลังจากปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 4 วันก่อนหน้า โดยหุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะอุตสาหกรรมเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ฉุดตลาด หลังราคาทองแดงลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบหลายสัปดาห์ โดยดัชนี FTSE 350 กลุ่มทรัพยากรพื้นฐานร่วงลง 2.6% หลังหุ้น Antofagasta ร่วง 3.5% และหุ้น Glencore ลดลง 2.8%
ราคาน้ำมันดิบร่วงลง 2% ในการซื้อขายที่ผันผวน หลังจากลดลง 7% เมื่อวันจันทร์ เนื่องจากนักลงทุนประเมินความคืบหน้าการเจรจาเพื่อยุติสงครามในยูเครนและอิหร่าน
ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงสร้างความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และทำให้ธนาคารกลางหลายแห่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยตลาดคาดว่า BoE จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในวันพฤหัสบดีนี้เช่นกัน
หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลงเช่นกันก่อนการประชุม BoE โดยดัชนี FTSE 350 กลุ่มธนาคารลดลง 1.6% ขณะที่หุ้น HSBC Holdings ร่วงลง 2%
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันอังคาร โดยตลาดได้สะท้อนความคาดหวังไว้แล้วว่าพรรคเดโมแครตจะทำผลงานได้ดี ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางตลาดการเงินทั่วโลกตลอดทั้งสัปดาห์
ด้านหุ้น Drax Group เป็นหนึ่งในหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนี FTSE 250 โดยพุ่งขึ้น 6.6% หลังบริษัทผลิตไฟฟ้ารายนี้เปิดเผยความร่วมมือกับ Brookfield Asset Management และ Radiant เพื่อพัฒนาโครงการศูนย์ข้อมูล (Data Center)
หุ้น Coca-Cola Europacific Partners ลดลง 2.1% หลังบริษัทผู้ผลิตและบรรจุเครื่องดื่มเตือนถึงแรงกดดันด้านต้นทุน
ส่วนหุ้น Associated British Foods ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ Primark ร่วงลง 2.2% มากที่สุดในดัชนี FTSE 100 หลังบริษัทคาดการณ์ว่ากำไรตลอดทั้งปีจะลดลง
ขณะที่หุ้น Hiscox บริษัทประกันภัย ปรับตัวขึ้น 2.9% หลังรายงานเบี้ยประกันภัยเพิ่มขึ้น 9.5% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช