สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (3 พ.ย.) หลังมีสัญญาณบ่งชี้ถึงความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อยุติสงครามทั้งในยูเครนและอิหร่าน อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์โจมตีระลอกล่าสุดยังคงทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานชะงักงัน
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 37 เซนต์ หรือ 0.38% ปิดที่ 96.09 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 1.17 ดอลลาร์ หรือ 1.12% ปิดที่ระดับ 103.60 ดอลลาร์/บาร์เรล
กระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์เปิดเผยว่า กาตาร์ยังคงทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ โดยคณะผู้แทนจากกาตาร์ได้เดินทางไปหารือในกรุงเตหะราน เพื่อพยายามผลักดันให้เกิดข้อตกลงที่จะป้องกันไม่ให้สถานการณ์ในภูมิภาคทวีความรุนแรงขึ้นเพื่อนำไปสู่การยุติสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ
ฝ่ายอิหร่านเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า การติดต่อระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ เพื่อยุติสงครามยังคงดำเนินต่อไป หลังการหารือระหว่างเจ้าหน้าที่อิหร่านกับผู้ไกล่เกลี่ยจากกาตาร์ได้สิ้นสุดลงโดยยังไม่มีการทำข้อตกลงแต่อย่างใด
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังไม่ยืนยันว่า สหรัฐฯ จะกลับมาโจมตีอิหร่านอีกหรือไม่ พร้อมกล่าวว่า การบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านยังคงมีความเป็นไปได้
นอกจากนี้ มีรายงานว่าสหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระหว่างคณะผู้แทนจากยูเครนและรัสเซียที่กรุงอาบูดาบี เมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในวันที่ 10-11 พ.ย. เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางยุติสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน
ทั้งนี้ ข้อตกลงใด ๆ ที่จะนำไปสู่การยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนซึ่งเปิดฉากขึ้นตั้งแต่ปี 2565 นั้น อาจเปิดทางให้รัสเซียสามารถส่งออกน้ำมันได้มากขึ้น โดยรัสเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับ 3 ของโลกรองจากสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบีย
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก ING กล่าวว่า แม้สัญญาณความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพจะเป็นปัจจัยฉุดราคาน้ำมัน แต่ก็อาจเร็วเกินไปที่จะมองว่าความเสี่ยงที่เกิดจากสถานการณ์รุนแรงได้ผ่านพ้นไปแล้ว
หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีเกาะเกชม์ (Qeshm Island) ของอิหร่านเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นการตอบโต้เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์ที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่เจ้าหน้าที่อีกรายกล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้อยู่ในวงจำกัดและไม่ได้เป็นสัญญาณของการกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่
นอกจากนี้ มีรายงานว่า รัสเซียได้ระดมยิงขีปนาวุธหลายสิบลูกและโดรนหลายร้อยลำโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครน จนส่งผลให้ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่ของยูเครน
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าสต็อกน้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้น 900,000 บาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 30 ต.ค.
โดย รัตนา พงศ์ทวิช