ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าร่วง หุ้นชิปดิ่งหนักตามวอลล์สตรีท กังวลเดโมแครตคุม AI

ข่าวต่างประเทศ Friday November 6, 2026 11:53 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าร่วงลงในวันนี้ (6 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มผู้ผลิตชิปออกมาเป็นวงกว้าง หลังจากหุ้นกลุ่มดังกล่าวในตลาดวอลล์สตรีทดิ่งลงอย่างหนัก ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าพรรคเดโมแครตอาจใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดเพื่อควบคุมธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังกวาดชัยชนะอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ

  • ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดเช้าที่ 57,858.61 จุด ร่วงลง 3,219.29 จุด หรือ -5.27%
  • ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดเช้าที่ 24,533.33 จุด ลดลง 263.65 จุด หรือ -1.06%
  • ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนปิดเช้าที่ 3,647.90 จุด ลดลง 42.01 จุด หรือ -1.14%
  • ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 5.4%
  • ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง 0.8%

ดัชนี Nasdaq ตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ร่วงลงกว่า 10% จากระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ส่งผลให้ดัชนีเข้าสู่ภาวะปรับฐานทางเทคนิคแล้วในขณะนี้ และสร้างแรงกดดันต่อบรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าการที่พรรคเดโมแครตครองอำนาจเบ็ดเสร็จในสภาคองเกรสอาจนำไปสู่การใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดต่อการขยายการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ทั่วสหรัฐฯ เนื่องจากเดโมแครตมีนโยบายคุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์และคัดค้านการลดหย่อนภาษีให้บริษัทเทคโนโลยี

ในช่วงเปิดตลาด ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ดิ่งลงรุนแรงถึง 8% ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ (KRX) ประกาศหยุดการซื้อขายชั่วคราวหรือเซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit breaker) เป็นเวลา 20 นาที หลังจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีออกมาอย่างหนัก

หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปตลาดเอเชียถูกเทขาย โดยในตลาดเกาหลีใต้ หุ้น SK Hynix ร่วงลงกว่า 8%, ขณะที่หุ้น Samsung Electronics ร่วงลง 7%, หุ้น LG Innotek ดิ่งลง 10% และหุ้น LG Display ร่วงลง 7.7%

ส่วนในตลาดญี่ปุ่น หุ้น Advantest ดิ่งลง 12.2% ขณะที่หุ้น Tokyo Electron ร่วงลง 7.3%, หุ้น SoftBank Group ร่วงลง 11.6%, หุ้น Kioxia Holdings ร่วงลงเกือบ 10% และหุ้น Renesas Electronics ร่วงลง 7.5%.

นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 63,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนต.ค.จะทรงตัวที่ระดับ 4.2%

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปนัยดา ปัทมโกวิท


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ