ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เผชิญแรงเทขายอย่างหนักในวันนี้ (6 พ.ย.) จนดัชนี KOSPI ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 5,000 จุด ส่งผลให้รัฐบาลต้องออกมาตรการผ่อนคลายข้อกำหนดหลักประกันสำหรับการซื้อขายหุ้นด้วยเงินกู้ (Margin Trading) เป็นการชั่วคราวเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อบรรเทาแรงกดดันต่อนักลงทุนและป้องกันการบังคับขายหุ้น (Forced Selling)
ดัชนี KOSPI ร่วงลงถึง 8.8% ในช่วงเช้าของการซื้อขาย โดยหลุดระดับ 5,000 จุดเป็นครั้งแรกในรอบ 9 เดือน ส่งผลให้ตลาดต้องระงับการซื้อขายชั่วคราวเป็นเวลา 20 นาที ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์อย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix เป็นตัวนำฉุดตลาดลง
แรงเทขายดังกล่าวเกิดขึ้นหลังตลาดหุ้นวอลล์สตรีทร่วงลงอย่างหนักเมื่อคืนวานนี้ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับผลตอบแทนจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงข้อจำกัดด้านกฎระเบียบที่อาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาศูนย์ข้อมูล
สำหรับมาตรการช่วยเหลือนักลงทุนนั้น สื่อท้องถิ่นรายงานว่า รัฐบาลเกาหลีใต้จะระงับข้อกำหนดอัตราการดำรงหลักประกันขั้นต่ำที่ 140% สำหรับการให้สินเชื่อเพื่อซื้อขายหุ้นด้วยมาร์จิ้นของบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อให้บริษัทหลักทรัพย์สามารถใช้ดุลยพินิจในการกำหนดหลักประกันของนักลงทุนได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการเรียกหลักประกันเพิ่ม (Margin Call) และการบังคับขายหลักทรัพย์เป็นวงกว้าง เนื่องจากราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วสร้างแรงกดดันต่อนักลงทุนที่ใช้เงินกู้ในการซื้อขายหุ้น ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมออกมาตรการเพิ่มเติมหากตลาดมีความผันผวนรุนแรงขึ้น
การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นหลังการประชุมประเมินสถานการณ์ตลาดการเงินฉุกเฉิน ซึ่งมีอี ฮยองอิล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเกาหลีใต้ เป็นประธาน โดยมีเจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการบริการทางการเงิน (FSC) สำนักงานกำกับดูแลทางการเงิน (FSS) และธนาคารกลางเกาหลี (BOK) เข้าร่วมประชุม
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์