"กรณ์" ซัดรัฐบาลซื้อเวลาแก้วิกฤตราคาน้ำมัน จี้เลิกเกรงใจนายทุน

ข่าวการเมือง Friday April 10, 2026 13:48 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายกรณ์ จาติกวณิช สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวอภิปรายนโยบายรัฐบาลว่า ปัญหาที่สำคัญคือเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน และคงไม่พ้นปัญหาราคาน้ำมัน จากการติดตามการแก้ปัญหาของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา เห็นได้ว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายที่ชัดเจนว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร มีเพียงยุทธศาสตร์ซื้อเวลารอให้ราคาน้ำมันโลกปรับลดลงมา

ทั้งนี้ หากดูพฤติกรรมการเคลื่อนไหวราคาหน้าปั๊ม แม้ราคาตลาดโลกจะปรับลดลง ประชาชนยังต้องจ่ายราคาน้ำมันที่สูงเหมือนเดิม ซึ่งเมื่อวาน (10 เม.ย.) ราคาหน้าโรงกลั่นได้ลดลงถึง 9 บาทต่อลิตร แต่ราคาหน้าปั๊มที่ประชาชนต้องจ่ายลดลง 2.14 บาทเท่านั้น ซึ่งการชดเชยด้วยกองทุนน้ำมันลดลง และหากเทียบกับราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น ที่สะท้อนการปรับลดลงในตลาดโลก มองว่าควรลดลงกว่า 7 บาท สาเหตุเพราะเมื่อรัฐบาลได้อ้างผลงานในการเจรจาลดค่าการกลั่นลง 2 บาทต่อลิตร และเมื่อวานค่าการตลาดที่ประชาชนต้องจ่ายหน้าปั๊มเพิ่มขึ้นจาก 5 บาทเป็น 10 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และทำให้สุดท้ายแม้ราคาตลาดโลกจะลดลง ราคาโรงกลั่นลดลง แต่ราคาหน้าปั๊มลดลงเพียงแค่ 2 บาท ซึ่งสะท้อนถึงประเด็นปัญหาการแก้ปัญหาของรัฐบาลเรื่องนี้ และภาระทั้งหมดถูกพรรคให้ประชาชนต้องแบกรับ แม้แต่เรื่องการอ้างผลงานการเจรจาลดค่ากลั่นลง 2 บาท

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า สูตรการทำงานของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ได้เจรจาปรับลดลง 2 บาท โดยอิงค่าการกลั่นเฉลี่ยของเดือนมีนาคมที่ 7 บาท หมายถึงว่า ค่าการกลั่นที่ควรเก็บคือ 2 บาท บวกกับ War Premium 3 บาท ทำให้ขอคืนจากโรงกลั่นได้ 2 บาท แต่ขณะนี้ค่าการกลั่นไม่ใช่ 7 บาท แต่เฉลี่ยคือ 17 บาท ดังนั้นควรที่จะลด 12 บาท ตนจึงมองว่านโยบายไม่ชัด และทุกการตัดสินใจทำให้ประชาชนอดคิดไม่ได้ว่าเป็นการตัดสินใจที่เกรงใจนายทุนมากเกินไป ในขณะที่ความเกรงใจและความเดือดร้อนของประชาชนแทบไม่มี

และในส่วนของรัฐบาลภาษีสรรพสามิตจากประชาชน ในยามที่เดือดร้อนสูงสุดกลับไม่ปรับลดลงมาแม้แต่สตางค์เดียว และเมื่อวานนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้ออกมาชี้แจงว่า ภาระการดูแลราคาน้ำมันให้เป็นของกองทุนน้ำมันฯ ซึ่งหมายความว่า ให้ประชาชนดูแลเอง เพราะคนที่ต้องชดใช้หนี้ในกองทุนน้ำมันคือประชาชน ส่วนรัฐบาลยังยืนยันเก็บภาษีสรรพสามิตแนวราคาเท่าเดิม เพราะหากทำเช่นนั้นจะไม่มีเงินไปจ่ายค่ารักษาพยาบาล

"ภาษีสรรพสามิตที่เก็บจากน้ำมัน ไม่ได้เป็นภาษีที่ส่งตรงไปยังการรักษาพยาบาล หรือสาธารณสุข แต่เก็บเข้ากองกลาง สิ่งที่เราเรียกร้องคือ ลดภาษีสรรพสามิตและไปลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ซึ่งไม่ควรอ้างการรักษาพยาบาล เพราะไม่เคยมีใครไปขอให้ลดค่าใช้จ่ายส่วนนั้น ซึ่งหากให้ประชาชนเลือกคงให้น้ำมันถูกลงและค่าครองชีพลดลง เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายบางเรื่องที่รัฐบาลสามารถปรับลดลงได้"นายกรณ์ กล่าว

นายกรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลควรกำหนดนโยบายที่ชัดเจนว่า การคำนวณราคาที่เป็นธรรมต่อประชาชนควรใช้สูตรไหน อย่าใช้เพียงยุทธศาสตร์ซื้อเวลา และหวังว่าสงครามในตะวันออกกลางจะยุติ แล้วประชาชนจะลืมปัญหาความเดือดร้อนในช่วง 5 สัปดาห์ที่ผ่านมา

นายกรณ์ ยังอภิปรายถึง ราคาค่าไฟที่ไม่ได้ปรากฏในนโยบายของรัฐบาลว่า ไฟฟ้าของไทยพึ่งพาแก๊สเป็นเชื้อเพลิงในระดับที่สูงมาก ซึ่งสงครามทำให้ราคาแก๊สสูงขึ้น ซึ่งสัญญาการซื้อขายระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตกับเอกชน ทำให้เอกชนมีกำไรมากขึ้นทุกครั้งที่แก๊สในตลาดโลกสูงขึ้น เพราะสูตรการซื้อไฟมีการคำนวณปริมาณแก๊สเกินกว่าที่เอกชนใช้จริง ซึ่งมีส่วนต่างถือเป็นกำไรของเอกชน ซึ่งราคาแก๊สสูงขึ้นส่วนต่างยิ่งมีมูลค่าที่สูงขึ้น ส่วนการซื้อแก๊ส LNG มีการเปิดช่องโหว่ให้เอกชนผู้นำเข้าสามารถขายแก๊สที่สั่งซื้อมาให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตในราคาที่แพงกว่าต้นทุนการนำเข้า


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ