CONSENSUS: ส่องอัพไซด์ CRC ล้างพอร์ตธุรกิจอิตาลี-เวียดนาม มาร์จิ้นพุ่ง-ดอกเบี้ยหด Q2/69 SSSG บวกแรง

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday May 18, 2026 14:32 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

CONSENSUS: ส่องอัพไซด์ CRC ล้างพอร์ตธุรกิจอิตาลี-เวียดนาม มาร์จิ้นพุ่ง-ดอกเบี้ยหด Q2/69 SSSG บวกแรง

บมจ. เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น [CRC] ฟอร์มเจ๋งเกินคาด โบรกประสานเสียงเชียร์ "ซื้อ" หลังโชว์กำไรไตรมาส 1/69 แกร่งเกินคาด บริหารมาร์จิ้น-หั่น SG&A และดอกเบี้ยจ่ายลงได้ดี แนวโน้มไตรมาส 2/69 ทิศทางสดใสต่อเนื่อง SSSG พลิกบวก 1-3% อานิสงส์กลุ่มอาหารและแอร์-เครื่องใช้ไฟฟ้าขายดีตามสภาพอากาศ

ราคาหุ้น CRC เมื่อเวลา 14.17 น.อยู่ที่ 19.60 บาท ลดลง 0.50 บาท (-2.49%)

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

โบรกเกอร์ คำแนะนำ ราคาเป้าหมาย (บาท/หุ้น)

ทิสโก้ ซื้อ 27.00

ยูโอบีเคย์เฮียนฯ ซื้อ 25.50

คิงส์ฟอร์ด ซื้อ 24.20

พาย ซื้อ 24.00

บัวหลวง ซื้อ 23.20

โกลเบล็ก ซื้อ 22.00

เอเซียพลัส ซื้อ 21.80

ดาโอ ซื้อ 21.50

ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล ซื้อ 20.90

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

นักวิเคราะห์จาก บล.บัวหลวง เปิดเผยว่า CRC รายงานกำไรหลักในไตรมาส 1/69 เติบโต YoY ปัจจัยหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ดีกว่าคาด จากการปรับปรุงประสิทธิภาพภายใน ปรับปรุง Product Mix รวมทั้งปรับกลยุทธ์การทำกิจกรรมทางการตลาดอย่างเหมาะสม ขณะที่ทิศทาง GPM ในไตรมาส 2/69 คาดจะยังเติบโตต่อเรื่องทั้ง YoY และ QoQ จากยอดขายสาขาเดิม (SSSG) หลังจากเดือน เม.ย.-พ.ค. 69 SSS ยังโตได้ราว 1-3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/69 ที่ติดลบ 2%

อีกทั้งบริษัทได้ปิดดีลขายหุ้นค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าเวียดนาม "เหงียมคิม" ไป ซึ่งธุรกิจดังกล่าวมีผลขาดทุนกว่า 200 ล้านบาทในปี 68 ทำให้ในไตรมาส 2/69 ไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุนจากธุรกิจดังกล่าว อีกทั้งการที่บริษัทขาย Rinascente ห้างหรูในอิตาลี ซึ่งเงินที่ได้จากการขายนำมาจ่ายปันผลและคืนหนี้ ประกอบกับ อัตราดอกเบี้ยที่ลดลงส่งผลให้ในไตรมาส 1/69 ดอกเบี้ยจ่ายลดลงอย่างมีนัยสำคัญซึ่งประเด็นดังกล่าวส่งผลดีต่อเนื่องจนถึงไตรมาส 4/69

แม้ปีนี้จะยังไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/68 ที่มีมาตรการ Easy E-reciept แต่บริษัทยังสร้างการเติบโตได้ ถ้าในปีนี้รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นภาคการบริโภคอีก มีโอกาส Upside เพิ่ม

ทั้งนี้ ในไตรมาส 2/69 จะรับรู้ผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันและค่าขนส่ง ซึ่งหากบริษัทยังรักษาความสามารถในการทำกำไรไว้ได้ก็มีโอกาสจะปรับประมาณการกำไรปี 69 ขึ้น โดยทุก ๆ 10bps ที่ Ebitda Margin สูงกว่าประมาณการของเราที่ 5.6% จะเพิ่มอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรปี 69 ราว 3%

สำหรับสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่กระทบต่อต้นทุนน้ำมันและค่าขนส่ง บริษัทระบุว่าหากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับปัจจุบัน และไม่มีปัญหาซัพพลายขาดแคลน ความเสี่ยงดังกล่าวยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้และยังรักษาความสามารถในการทำกำไรได้

โดยยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคเป้าหมาย ณ สิ้นปี 69 ที่ 23.20 บาท แนวโน้มการฟื้นตัวของ CRC เริ่มชัดขึ้น หนุนจากยอดขายสาขาเดิมของธุรกิจอาหาร และธุรกิจฮาร์ดไลน์ที่ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงการฟื้นตัวของมาร์จิ้นที่เร็ว

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า CRC รายงานกำไรปกติไตรมาส 1/69 ที่ 2.9 พันล้านบาท (ลดลง 4% QoQ เพิ่มขึ้น 17% YoY) ดีกว่าเราและตลาดคาด 20% จากควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A และดอกเบี้ยจ่ายทราทำดีมากกว่าคาด

ผลประกอบการไตรมาส 1/69 ลดลง QoQ ตามฤดูกาล แต่เติบโตเด่น YoY (ดีกว่าที่คาดจะทรงตัว) หนุนจากรายได้หลักที่เติบโตแม้ SSSG ลดลง 2% YoY, GPM +51bps YoY, ดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง และการไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุนของธุรกิจอิตาลี 104 ล้านบาท ในไตรมาส 1/68

รายได้จากการขายอยู่ที่ 5.9 หมื่นล้านบาท (+5% QoQ, +2% YoY) ยอดขายธุรกิจ Food เติบโตดี 6% YoY ทั้งจากการขยายสาขา และ SSSG +2% YoY ได้ผลบวกจากกักตุนสินค้า ยอดขายช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น 32% YoY ขณะที่ยอดขายธุรกิจ Hardline และ Fashion ลดลง 3% YoY เพราะฐานสูงในปีก่อนที่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจลดหย่อนภาษี (Easy E-Receipt) หากพิจารณารายประเทศ SSSG ของธุรกิจในไทย -3% YoY แต่ธุรกิจในเวียดนามผลกระทบจากบาทแข็งค่าทำให้ SSSG -11% YoY (VND SSSG +11% YoY)

รายได้ค่าเช่าอยู่ที่ 2.0 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY จากการปรับปรุงพื้นที่เช่าหลายสาขา ส่วนรายได้จากการให้บริการอยู่ที่ 321 ล้านบาท (-1% QoQ, -7% YoY)

GPM จากการขายรายงานที่ 24.1% (-130bps QoQ, +50bps YoY) ดีขึ้นจากธุรกิจ Food และ Fashion เพราะ Product Mix รวมถึงการบริหารสินค้าคงคลัง การจัดโปรโมชันส่วนลดทางการค้าที่ทำได้ดีขึ้น สำหรับ GPM จากการให้เช่าและบริหารอยู่ที่ 73.9% ทรงตัว YoY

ค่าใช้จ่าย SG&A รายงานที่ 1.6 หมื่นล้านบาท (-29% QoQ, +2% YoY) เนื่องจากในไตรมาส 4/68 มีรายการพิเศษจากการด้อยค่าเงินลงทุนในเวียดนาม ขณะที่ SG&A/Sales เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 24.4% จาก 24.1%

ภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ 783 ล้านบาท ลดลง 23% YoY ตามการลดลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการชำระคืนเงินกู้

แนวโน้มในไตรมาส 2/69 SSSG +1-3% YoY เติบโตจากฐานต่ำในไทย ธุรกิจ Food +1-3% YoY และ Hardline +3-5% YoY จากดีมานด์การกักตุนสินค้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามสภาพอากาศ ราคาขายสินค้าบางชนิดปรับขึ้น ขณะที่ธุรกิจ Fashion -1-3% YoY (ดีขึ้นจาก -7% YoY ในไตรมาส 1/69) ธุรกิจในเวียดนาม SSSG ในสกุลเงินดองโตดี +5-7% YoY แปลงเป็นสกุลเงินบาททรงตัว YoY

เรามีมุมมองเป็นบวกจาก SSSG ที่เติบโตคาดช่วยหนุน leverage เพิ่มอัตราการทำกำไร รวมถึงการจำหน่ายธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าในเวียดนามที่มีผลขาดทุน (ธุรกรรมเสร็จสิ้น 23 เม.ย.) คาดกำไรปกติ ไตรมาส 2/69 มีโอกาสทรงตัว YoY ได้แม้ไม่มีผลการดำเนินงานของธุรกิจในอิตาลี (รายงานกำไร 406 ล้านบาท ใน ไตรมาส 2/68)

คาดหุ้นตอบสนองเชิงบวกจากงบที่ดีกว่าคาด กำไรปกติ ไตรมาส 1/69 คิดเป็น 36% ของประมาณการปี 69 ของเราที่ 8.0 พันล้านบาท (-1% YoY) สูงกว่าโดยปกติที่จะคิดเป็นเพียง 27-30% สะท้อนโอกาสในการปรับประมาณการขึ้นของเราและตลาด

เราคงคำแนะนำ "ซื้อ" อิงราคาเหมาะสมที่ 24.00 บาท ปัจจุบันหุ้นซื้อขายบน PER26 ที่ 14x เทียบเท่า -1SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี อีกทั้งมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง Net Debt/Equity 0.8x เปิดโอกาสสำหรับดีล M&A ทั้งในไทยและในภูมิภาคเพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว เป็น Upside ต่อประมาณการได้ในระยะถัดไป

ด้าน บล.พาย ระบุว่า การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ช่วง QTD ของ ไตรมาส 2/69 ส่งสัญญาณกลับมาสดใส SSSG ในไทย +1% ถึง +3% แบ่งเป็น SSSG ธุรกิจอาหารในไทย +5% ถึง +7%, SSSG ธุรกิจฮาร์ดไลน์ในไทย +1% ถึง +3% โดยไทวัสดุก็บวกใกล้เคียงกัน, SSSG ธุรกิจแฟชั่นในไทย -1% ถึง -3% ขณะที่ SSSG ธุรกิจในเวียดนามทรงตัว YoY ในสกุลเงินบาท และ +6% ในสกุลเงินดอง แบ่งเป็น SSSG ธุรกิจอาหารในเวียดนาม -3% ในสกุลเงินบาท และ +3% ในสกุลเงินดอง, SSSG ธุรกิจฮาร์ดไลน์ในเวียดนามจำนวน 22 วัน (1-22 เม.ย. 2026) +17% ถึง +19% ในสกุลเงินบาท และบวกมากกว่า 20% ในสกุลเงินดอง

ขณะที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/69 ธุรกิจค้าปลีกอาหาร มี EBITDA ที่ 2.6 พันล้านบาท (+14% YoY) หนุนจากยอดขายที่เติบโต 6% จากการขยายสาขา Tops และ Mini go! บวกกับ SSSG ของกลุ่มค้าปลีกอาหาร +2% ประกอบด้วย SSSG ของกลุ่มค้าปลีกอาหารในประเทศไทยที่ +6% ส่วนหนึ่งมาจากกิจกรรมส่งเสริมการขาย และมี SSSG ของกลุ่มค้าปลีกอาหารในเวียดนามที่ -2% พร้อมกับมี EBITDA margin ที่ขยายตัว 50 bps YoY ที่ 8.2% ตามอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวดีจากสัดส่วนการขายสินค้าที่มีกำไรสูงเพิ่มขึ้น

ธุรกิจฮาร์ดไลน์ (31% ของยอดขายรวม): มี EBITDA ใน ไตรมาส 1/69 ที่ 2.5 พันล้านบาท (-3% YoY) ผลจากยอดขายที่ลดลง 2% จาก SSSG ของธุรกิจฮาร์ดไลน์ ไตรมาส 1/69 ที่ -4% (ไทวัสดุ -3%) รับผลกระทบจากฐานสูงของมาตรการลดหย่อนภาษีของภาครัฐ (Easy E-receipt) บวกกับ EBITDA margin ลดลง 10 bps YoY เป็น 12.7%

ธุรกิจแฟชั่น (21% ของยอดขายรวม): มี EBITDA ในไตรมาส 1/69 ที่ 3.3 พันล้านบาท (-4% YoY) ผลจากยอดขายที่ลดลง 3% จาก SSSG ของธุรกิจแฟชั่นไตรมาส 1/69 ที่ -7% รับผลกระทบจากฐานสูงของมาตรการลดหย่อนภาษีของภาครัฐ (Easy E-receipt) และการปรับปรุงห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพระรามเก้า และมี EBITDA margin ลดลง 40 bps YoY เป็น 22.1%

คำแนะนำ "ซื้อ" จากทิศทาง SSSG ดีขึ้น มูลค่าพื้นฐาน 24.00 บาท คำนวณด้วยวิธี PE Multiple ที่ 18x PE26E ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกลุ่มพาณิชย์ไทย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ