ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลงรุนแรงในวันพฤหัสบดี (19 มี.ค.) แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. หลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) เตือนว่า สถานการณ์เงินเฟ้ออาจแย่ลง หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ
ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 583.64 จุด ลดลง 14.29 จุด หรือ -2.39%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,807.87 จุด ลดลง 162.01 จุด หรือ -2.03%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 22,839.56 จุด ลดลง 662.69 จุด หรือ -2.82% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,063.50 จุด ลดลง 241.79 จุด หรือ -2.35%
คำเตือนของ ECB ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มขึ้น รวมถึงปฏิกิริยาของตลาด สะท้อนให้เห็นว่า ราคาสินทรัพย์ยังคงผูกติดอย่างมากกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยยุโรปมีความเสี่ยงสูงจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นและปัญหาการหยุดชะงักของอุปทาน
นักเศรษฐศาสตร์ยูโรโซนของ Capital Economics ระบุว่า หากราคาพลังงานยังคงปรับตัวสูงขึ้น มีแนวโน้มว่าคณะกรรมการจะเริ่มพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมปลายเดือนเม.ย. และอาจปรับขึ้นมากถึง 0.50%
อิหร่านได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วตะวันออกกลางในวันพฤหัสบดี หลังอิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซ South Pars ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซสำคัญ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และเพิ่มความกังวลว่าความขัดแย้งอาจยืดเยื้อ
ก่อนเกิดความขัดแย้ง นักลงทุนคาดว่า ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยไปตลอดปี 2569 แต่มุมมองดังกล่าวได้เปลี่ยนไปอย่างมาก โดยล่าสุดตลาดคาดว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ภายในสิ้นปีนี้ ตามข้อมูลของ LSEG
ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ก็มีมติคงอัตราดอกเบี้ยเช่นกัน โดยระบุว่าพร้อมดำเนินการเพื่อควบคุมความเสี่ยงจากสงคราม ด้านธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ก็มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในวันพุธ (18 มี.ค.) พร้อมคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังอยู่ในระดับสูง
ตลาดหุ้นทั่วภูมิภาคถูกกดดันอย่างหนัก โดยตลาดแฟรงก์เฟิร์ต มาดริด ลอนดอน ปารีส และมิลาน ต่างร่วงลงมากกว่า 2%
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นนอร์เวย์ปรับตัวขึ้น 1.6% ทำสถิติสูงสุดใหม่ และปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 ติดต่อกัน โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานซึ่งมีสัดส่วนสูงในดัชนี
ดัชนีหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ใน STOXX 600 เคลื่อนไหวในแดนลบ ยกเว้นกลุ่มพลังงาน ขณะที่หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ร่วงลง 4.2% หลังราคาทองคำปรับตัวลง และการอ่อนตัวของหุ้นการเงินขนาดใหญ่ยิ่งซ้ำเติมตลาด
ดัชนีวัดความผันผวนของยุโรปปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 2