ผลสำรวจรายเดือนของแบงก์ออฟอเมริกา (BofA) ที่เผยแพร่ในวันนี้ (19 พ.ค.) ระบุว่า ผู้จัดการกองทุนทั่วโลกเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพ.ค. โดยได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นต่อผลประกอบการบริษัท และความหวังที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ย
การสำรวจดังกล่าวจัดทำระหว่างวันที่ 8-14 พ.ค. ครอบคลุมผู้ตอบแบบสอบถาม 200 ราย ซึ่งบริหารสินทรัพย์รวมกันมูลค่า 5.17 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
ผลสำรวจพบว่า ผู้จัดการกองทุนสุทธิ 50% มีน้ำหนักลงทุนในหุ้นมากกว่าปกติ เพิ่มขึ้นจากระดับ 13% ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่ระดับเงินสดเฉลี่ยในพอร์ตลดลงมาอยู่ที่ 3.9% จาก 4.3%
แม้ราคาน้ำมันยังอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงชะงักงันจนกดดันตลาดพันธบัตรทั่วโลก แต่ตลาดหุ้นยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
บรรยากาศการลงทุนยังได้แรงหนุนจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง รวมถึงความคาดหวังว่าบริษัทต่าง ๆ จะเดินหน้าลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างต่อเนื่อง
ด้านมุมมองเศรษฐกิจนั้น มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 4% ที่คาดว่าเศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะ Hard Landing หรือภาวะที่เศรษฐกิจและการจ้างงานหดตัวลงอย่างรุนแรง ขณะที่ 39% มองว่าเศรษฐกิจจะอยู่ในภาวะ No Landing หรือไม่ชะลอตัวลงเลย
นอกจากนี้ 66% ของผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่า ปัญหาคอขวดในช่องแคบฮอร์มุซจะคลี่คลายลงภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ผู้ตอบแบบสอบถาม 40% มองว่า ความเสี่ยงสำคัญที่สุดต่อเศรษฐกิจโลกในขณะนี้คือการกลับมาของเงินเฟ้อระลอกสอง
ขณะเดียวกัน 62% ของผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี จะปรับขึ้นแตะระดับ 6% จากปัจจุบันที่อยู่ราว 5.14% ส่วนอีก 20% คาดว่าอัตราผลตอบแทนจะอยู่ที่ระดับ 4%