อินเดียออกมาตรการปกป้องเศรษฐกิจ กังวลผลกระทบสงครามอิหร่าน

ข่าวต่างประเทศ Thursday March 5, 2026 16:27 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

รัฐบาลอินเดียยกระดับแผนปกป้องเศรษฐกิจ เนื่องจากความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันและก๊าซ และทำให้แรงงานชาวอินเดียหลายล้านคนในภูมิภาคตะวันออกกลางตกอยู่ในความเสี่ยง

รัฐบาลอินเดียได้จัดตั้งคณะทำงานเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (4 มี.ค.) เพื่อติดตามความเสี่ยงและกำกับดูแลให้การส่งออกและนำเข้าดำเนินไปได้อย่างราบรื่นแม้อยู่ท่ามกลางภาวะชะงักงัน ขณเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของอินเดียได้ประเมินปริมาณน้ำมันสำรองอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีน้ำมันสำรองที่เพียงพอ พร้อมกับสั่งการให้โรงกลั่นของรัฐหาแหล่งน้ำมันดิบที่หลากหลายมากขึ้น นอกเหนือไปจากภูมิภาคเอเชียตะวันตก

เจ้าหน้าที่ระบุว่า อินเดียมีน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันสำรองทั้งในเชิงพาณิชย์และยุทธศาสตร์สำหรับการใช้งานเกือบ 8 สัปดาห์ ดังนั้นจึงอาจยังไม่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันในทันที แต่สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าคือก๊าซหุงต้ม ซึ่งภาคครัวเรือนอาจประสบปัญหาขาดแคลนในสัปดาห์หน้า เนื่องจากการหยุดส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) จากอ่าวเปอร์เซีย

ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ข้อมูล Kpler ระบุว่า อินเดียเป็นผู้ซื้อก๊าซ LPG รายใหญ่เป็นอันดับสองของโลก และซื้อก๊าซมากกว่า 90% จากตะวันออกกลาง โดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลอินเดียเปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า สต็อกก๊าซ LPG ของอินเดียสามารถรองรับได้อีกเกือบ 30 วัน

ทั้งนี้ หากอุปทานน้ำมันดิบผ่านอ่าวเปอร์เซียหยุดชะงักเป็นเวลาหลายเดือนและคลังสำรองของอินเดียร่อยหรอลง อินเดียอาจถูกบีบให้ต้องดำเนินมาตรการอื่นเพื่อจัดหาน้ำมัน ซึ่งทางเลือกหนึ่งคือการให้โรงกลั่นกลับไปซื้อน้ำมันจากรัสเซียมากขึ้น หลังจากที่ลดการซื้อลงอย่างมากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเพื่อให้เป็นไปตามข้อเรียกร้องของรัฐบาลสหรัฐฯ

ปิยุช โกยาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรม เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอังคารว่า ในการติดตามห่วงโซ่อุปทานนั้น รัฐบาลได้จัดตั้งกลุ่มความร่วมมือระหว่างกระทรวงเพื่อผ่อนปรนขั้นตอนการค้าและประสานงานกับท่าเรือและศุลกากร เพื่อบรรเทาภาวะชะงักงันและปกป้องผู้ส่งออก

อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศเอเชียที่มีความเปราะบางต่อผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านมากที่สุด เนื่องจากอินเดียนำเข้าน้ำมันประมาณ 90% โดยราวครึ่งหนึ่งของจำนวนนี้มาจากกลุ่มประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งปัจจุบันการค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้หยุดชะงักลงเกือบทั้งหมด


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ