ส่วนกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 32 เซนต์ มากกว่าที่นักวิเคราะห์ของ FactSet คาดว่าจะอยู่ที่ 25 เซนต์ นอกจากนี้ ธนาคารยังสามารถปรับลดรายจ่ายลงราว 6% สู่ระดับ 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2
ทั้งนี้ แบงก์ ออฟ อเมริกาได้ปรับโครงสร้างองค์กรและลดจำนวนพนักงานนับตั้งแต่นายไบรอัน มอยนิแฮนเข้าดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารสูงสุดเมื่อต้นปี 2553 ยุทธศาสตร์ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การบริหารจัดการของธนาคารเป็นไปอย่างราบรื่น
ผลประกอบการของแบงก์ ออฟ อเมริกา ออกมาสอดคล้องกับธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐที่ได้เปิดเผยผลประกอบการไปก่อนหน้านี้ โดยเจพี มอร์แกน เชส เผยกำไรไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ขยายตัวสูงกว่าที่ได้มีการคาดการณ์ไว้ เนื่องจากรายได้ที่สูงขึ้นจากธุรกิจวาณิชธนกิจ และการเทรดดิ้ง ซึ่งช่วยชดชยค่าธรรมเนียมจากการปล่อยกู้เพื่อจำนองที่อ่อนตัวลง
รายได้สุทธิไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นแตะ 6.5 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1.60 ดอลลาร์ต่อหุ้น จากระดับ 4.96 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1.21 ดอลลาร์ต่อหุ้น ในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว
ขณะที่โกลด์แมน แซคส์เปิดเผยว่า รายได้สุทธิในไตรมาส 2 ปีนี้อยู่ที่ 1.93 พันล้านดอลลาร์ หรือ 3.70 ดอลลลาร์ต่อหุ้น เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปีที่แล้วที่ระดับ 962 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.78 ดอลลาร์ต่อหุ้น