กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ได้ทำสัญญาปล่อยกู้น้ำมันดิบจากคลังสำรองยุทธศาสตร์ (SPR) จำนวน 45.2 ล้านบาร์เรลใน วันศุกร์ (20 มี.ค.) เพื่อช่วยควบคุมราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น
มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือของประเทศสมาชิกทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ที่เตรียมปล่อยน้ำมันรวม 400 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรอง เพื่อลดแรงกดดันด้านราคาอันเกิดจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน
สหรัฐฯ ใช้วิธีปล่อยน้ำมันในรูปแบบการปล่อยกู้ โดยบริษัทที่ได้รับน้ำมันจะต้องนำมาคืนในภายหลังพร้อมส่วนเพิ่ม (premium) ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยรักษาเสถียรภาพของตลาดโดยไม่สร้างภาระต่อผู้เสียภาษี
บริษัทที่ได้รับสัญญาในครั้งนี้ ได้แก่ BP Products North America, Gunvor USA, Marathon Petroleum และ Shell Trading ขณะเดียวกัน ยังมีบริษัทอื่นที่ได้รับสัญญาเพิ่มเติมจากการเปิดประมูลน้ำมัน 86 ล้านบาร์เรลเมื่อสัปดาห์ก่อน ได้แก่ Energy Transfer Crude Marketing, Mercuria Energy America, Trafigura Trading และ Vitol
ทั้งนี้ สหรัฐฯ ตั้งเป้าปล่อยน้ำมันจาก SPR รวม 172 ล้านบาร์เรล และคาดว่าจะได้รับน้ำมันคืนจากบริษัทพลังงานประมาณ 200 ล้านบาร์เรล ซึ่งรวมส่วนเพิ่มตามเงื่อนไขของสัญญา