สำนักข่าวเกียวโดรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ญี่ปุ่นได้ตัดสินใจมอบความช่วยเหลือทางการเงินมูลค่ารวม 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่กลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังเผชิญกับปัญหาราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
รายงานข่าวระบุว่า ความช่วยเหลือดังกล่าวส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบของเงินกู้ เพื่อสนับสนุนให้ประเทศต่าง ๆ สามารถจัดซื้อน้ำมันดิบได้อย่างเพียงพอ โดยคาดว่าซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น จะประกาศแผนการนี้ระหว่างการประชุมออนไลน์ร่วมกับผู้นำประเทศกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในวันนี้ (15 เม.ย.)
ปัจจุบัน ญี่ปุ่นนำเข้าผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปิโตรเลียมหลายรายการจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ทางการแพทย์ แต่เนื่องจากหลายประเทศในภูมิภาคนี้มีปริมาณน้ำมันสำรองจำกัด จึงเริ่มมีความกังวลว่าหากเกิดภาวะขาดแคลนพลังงาน อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องมาถึงการส่งออกสินค้าไปยังญี่ปุ่น
มิโนรุ คิฮาระ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น แถลงข่าวในวันนี้ว่า "เรากำลังพิจารณาความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย เพื่อสร้างความมั่นคงในการจัดหาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น"
ทั้งนี้ การที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทำให้บางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มมีความกังวลเรื่องขีดความสามารถในการจ่ายค่านำเข้าพลังงาน ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่า หากกระบวนการจัดซื้อเกิดการหยุดชะงัก อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาคการแพทย์และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นในวงกว้าง
รัฐบาลญี่ปุ่นจึงตั้งเป้าที่จะลดความเสี่ยงนี้ในรูปแบบความช่วยเหลือทางการเงิน รวมถึงการสนับสนุนเงินกู้จากธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะมีพลังงานใช้และช่วยบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะตามมา