ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้จุดกระแสธุรกิจ "One Person Company" หรือ OPC ให้เติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศจีนนับตั้งแต่ต้นปีนี้
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า OPC คือธุรกิจที่ดำเนินการด้วยตัวคนเดียว (หรืออาจมีทีมงานเล็กมากเพียงไม่กี่คน) และขับเคลื่อนธุรกิจด้วยการนำเครื่องมือ AI เข้ามาช่วยจัดการทุกอย่าง ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา ไปจนถึงการตลาด โดยสตาร์ตอัปขนาดเล็กเหล่านี้กำลังเติมพลังใหม่ให้กับเศรษฐกิจดิจิทัลและเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ผู้ประกอบการของประเทศจีน
*บุกเบิกธุรกิจแบบ "ลุยเดี่ยว"
หลังจากที่เทศกาลตรุษจีนปีนี้ผ่านพ้นไป เจิ้ง ไห่เฟิง ได้ก่อตั้งบริษัทด้านวัฒนธรรมดิจิทัลและคอนเทนต์เชิงสร้างสรรค์ขึ้นในเมืองชิงเต่า มณฑลซานตง ทางตะวันออกของจีน โดยเธอกล่าวว่า "โมเดลธุรกิจ OPC ที่เน้น 'หนึ่งคนบวก AI' กำลังกลายเป็นพรมแดนใหม่ที่เศรษฐกิจดิจิทัลมาบรรจบกับนวัตกรรม"
เจิ้งเป็นผู้คร่ำหวอดในแวดวงการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่พลิกบทบาทมาทำงานในวงการละคร AI ช่วงปลายปีที่แล้ว โดยบริษัทของเธอเป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์ OPC ซึ่งเป็นรูปแบบธุรกิจที่บุคคลทั่วไปสามารถใช้ AI ในการดำเนินงานทั้งหมดได้อย่างอิสระแบบ "ลุยเดี่ยว"
รายงานวิจัยด้านการพัฒนา OPC ทั่วประเทศจีนที่เผยแพร่ในเดือนมีนาคม ระบุว่า บริษัทในรูปแบบ OPC กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยกระจุกตัวอยู่ในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี เขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล และภูมิภาคปักกิ่ง-เทียนจิน-เหอเป่ย รวมถึงเมืองอุตสาหกรรมเกิดใหม่ในภาคกลางและภาคตะวันตกของจีน โดยผู้ก่อตั้งส่วนใหญ่เป็นคนที่เกิดในช่วงทศวรรษ 1990 และ 2000
หลิว อี้หมิง รองศาสตราจารย์จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยซานตง กล่าวว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วนี้เป็นผลมาจากการมาบรรจบกันของปัจจัยด้านเทคโนโลยี นโยบาย และตลาด "เครื่องมือต่าง ๆ เช่น โมเดล AI ขนาดใหญ่ ระบบ Software as a Service (SaaS) และบริการคลาวด์ ช่วยให้คนเพียงคนเดียวสามารถจัดการงานออกแบบ การเขียนโปรแกรม และการตลาดได้ จากเดิมที่ต้องใช้ทีมงานทั้งทีม"
นอกจากนี้ กฎหมายบริษัทฉบับแก้ไข ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 ได้ลดความซับซ้อนของการจดทะเบียนบริษัทและลดข้อกำหนดด้านเงินทุน ทำให้บุคคลทั่วไปสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายกว่าเดิมมาก
*สร้างธุรกิจรวดเร็ว-ต้นทุนต่ำ
เมื่อเทียบกับองค์กรแบบเดิม บริษัท OPC มีลักษณะเด่นคือโครงสร้างองค์กรที่คล่องตัวมากและต้นทุนการดำเนินงานต่ำ ยกตัวอย่างในเมืองซูโจว ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสำคัญในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี บริษัท Dreame Technology ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะชั้นนำ ประสบความสำเร็จในการจัดตั้งหน่วยธุรกิจ OPC โดยใช้เวลาเฉลี่ยเพียง 12 วัน ซึ่งเร็วกว่าการจัดตั้งบริษัทแบบดั้งเดิมอย่างมาก
คัง เจียนเฟิง ผู้ก่อตั้งบริษัท Jinan Quanfeng Information Technology ในปี 2568 เชื่อว่าข้อได้เปรียบหลักของ OPC อยู่ที่ความคล่องตัวสูง "เมื่อ AI พัฒนาอย่างต่อเนื่อง พนักงานดิจิทัลและพนักงานเสมือนจริงก็ยิ่งฉลาดขึ้น...สิ่งนี้ทำให้เราสามารถคว้าโอกาสใหม่ ๆ ในการประยุกต์ใช้งาน AI agent ได้อย่างรวดเร็ว"
ข้อมูลแสดงให้เห็นว่า 92% ของบริษัท OPC ที่มีกำไรสูง มีการนำเครื่องมือ AI มาใช้อย่างเต็มที่ ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ ยกตัวอย่างเช่น หลี่ หม่าฮุ่ย เจ้าของบริษัท OPC ด้านการออกแบบและจำหน่ายอุปกรณ์กีฬาในเมืองจี่หนาน สามารถดำเนินธุรกิจโดยใช้ทีมงานหลักเพียง 5 คนเท่านั้น
บริษัทของเขาตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งในย่านธุรกิจใจกลางเมืองจี่หนาน การใช้ประโยชน์จาก AI อย่างเต็มประสิทธิภาพช่วยให้บริษัทของเขาสร้างรายได้สูงถึง 7 ล้านหยวน (ราว 1.01 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2568 โดยเสียค่าเช่าและค่าแรงต่ำมาก
"หากไม่มีเครื่องมือ AI คงเป็นเรื่องยากมากที่จะประสบความสำเร็จ เพราะผมเริ่มธุรกิจโดยไม่มีพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมมาก่อน" หลี่กล่าว*รัฐบาลจีนสนับสนุนเต็มกำลัง
เนื่องจากกระแส OPC กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลท้องถิ่นของจีนจึงเร่งจัดตั้งชุมชน OPC และศูนย์สนับสนุน ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเร็ว ๆ นี้ มณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนปฏิบัติการสนับสนุน OPC โดยตั้งเป้าสร้างชุมชน OPC ชั้นนำ 10 แห่งภายในปีนี้ และ 100 แห่งภายในปี 2571 ขณะที่เมืองชิงเต่าได้ประกาศนโยบายชุดแรก อาทิ คูปองช่วยเหลือด้านกำลังประมวลผล เงินอุดหนุนด้านบุคลากร และสินเชื่อสำหรับสตาร์ตอัป เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ "พร้อมเริ่มธุรกิจได้ทันที" สำหรับผู้ประกอบการแบบลุยเดี่ยว
รองศาสตราจารย์หลิวเชื่อว่า การมารวมตัวกันของ OPC จะทำให้เมืองต่าง ๆ ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาอย่างเต็มที่ "ในเชิงเศรษฐกิจ บริษัทเหล่านี้ช่วยเติมเต็มช่องว่างในตลาดเฉพาะกลุ่มที่บริษัทดั้งเดิมมองข้ามไป ส่วนในแง่ของนวัตกรรม บริษัทเหล่านี้ทำหน้าที่เป็น 'หน่วยเล็ก ๆ' ที่กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถมาสู่เมือง"
"การแข่งขันกันเพื่อดึงดูด 'One Person Company' เท่ากับเป็นการแข่งขันระหว่างเมืองต่าง ๆ เพื่อแย่งชิงคลื่นลูกใหม่ของการสร้างสรรค์นวัตกรรมและทรัพยากรบุคคลที่มีความสามารถ" รองศาสตราจารย์หลิวกล่าวทิ้งท้าย