ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย เปิดเผยว่า การหารือครั้งต่อไประหว่างผู้แทนจากรัสเซีย สหรัฐอเมริกา และยูเครน จะจัดขึ้นในวันที่ 1 ก.พ.นี้ หลังจากทั้งสามฝ่ายหารือร่วมกันรอบแรกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อแสวงหาหนทางในการยุติความขัดแย้ง
เปสคอฟให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่กรุงมอสโกในวันพุธ (28 ม.ค.) ว่า วันดังกล่าวเป็นการประมาณการคร่าว ๆ อย่างไรก็ดี การเตรียมความพร้อมสำหรับการหารือกำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะจัดขึ้นที่กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
เปสคอฟระบุว่า การเริ่มติดต่อพูดคุยกันโดยตรงระหว่างรัสเซีย สหรัฐฯ และยูเครน ถือเป็นพัฒนาการเชิงบวก พร้อมกับเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่กำลังหารือกันถึง "ประเด็นซับซ้อนมากมายที่เกี่ยวข้องกับการยุติความขัดแย้ง" อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับวาระการประชุม
ทุกฝ่ายยอมรับว่า ข้อพิพาทเรื่องดินแดนยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ โดยทางรัสเซียยืนยันว่า เพื่อบรรลุข้อตกลงที่ยั่งยืน ยูเครนจำเป็นต้องถอนกำลังทหารออกจากภูมิภาคดอนบาส (ประกอบด้วยแคว้นโดเนตสก์และลูฮันสก์) ซึ่งลงประชามติเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียเมื่อปี 2565 นอกจากนี้ รัสเซียยังเรียกร้องให้ยูเครนรับรองพรมแดนใหม่ รวมถึงดินแดนไครเมีย อย่างไรก็ตาม โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ปฏิเสธการยอมสละดินแดนมาโดยตลอด
ยูริ อูชาคอฟ ผู้ช่วยประธานาธิบดีรัสเซีย ซึ่งเข้าร่วมการหารือรอบแรกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กล่าวไว้ก่อนการหารือว่า ปัจจุบัน รัสเซียเป็นฝ่ายได้เปรียบในสมรภูมิรบ และจะใช้กำลังทางทหารเพื่อบรรลุเป้าหมาย หากวิธีการทางการทูตไม่ได้ผล