คริสตี โนม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (DHS) ประกาศผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันจันทร์ (2 ก.พ.) ว่า ทางกระทรวงฯ ได้เริ่มดำเนินการติดตั้งกล้องติดตัวเจ้าหน้าที่ (Body Camera) ให้แก่เจ้าหน้าที่ทุกนายที่ปฏิบัติงานในเมืองมินนีแอโปลิสแล้ว ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์และความโกรธแค้นของสาธารณชน หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางยิงพลเมืองเสียชีวิต 2 ราย
โนมระบุผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า "เราได้เริ่มติดตั้งบอดี้แคมให้แก่เจ้าหน้าที่ภาคสนามทุกรายในมินนีแอโปลิสโดยมีผลทันที หากได้รับงบประมาณสนับสนุนเพิ่มเติม เราจะขยายผลโครงการนี้ไปสู่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายภายใต้สังกัด DHS ทั่วประเทศโดยเร็วที่สุด"
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา รัฐมนตรีหญิงรายนี้ต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากเหตุวิสามัญฆาตกรรมชาวอเมริกัน 2 รายโดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง ซึ่งชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้เธอถูกโจมตีอย่างรุนแรงคือการที่เธอออกมาให้ความเห็นว่า เหยื่อทั้งสองราย "ก่อการร้ายในประเทศ" ทั้งที่ไม่มีหลักฐานจากวิดีโอมายืนยันคำกล่าวอ้างดังกล่าว
ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้แถลงเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า โนมจะไม่มีการลาออกจากตำแหน่งอย่างแน่นอน แม้ว่าสมาชิกพรรคเดโมแครตจะขู่เริ่มกระบวนการถอดถอน (Impeachment) เธอก็ตาม
เหตุสลดดังกล่าวส่งผลให้พรรคเดโมแครตเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้ปฏิรูปการทำงานของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง โดยชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา ได้สรุปข้อเรียกร้องของทางพรรคฯ ซึ่งรวมถึงการยกเลิกหน่วยลาดตระเวนเคลื่อนที่ การคุมเข้มกฎการออกหมายค้น การบังคับใช้จรรยาบรรณและมาตรฐานการใช้กำลังให้เท่าเทียมกับตำรวจท้องที่ ตลอดจนการบังคับใช้นโยบาย "ถอดหน้ากาก เปิดบอดี้แคม" สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางทุกคน