ออสเตรเลียตัดสินใจส่งเครื่องบินสอดแนมไปยังตะวันออกกลาง พร้อมจัดหาขีปนาวุธอากาศสู่อากาศขั้นสูงให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เสริมศักยภาพรับมือการโจมตีจากอิหร่าน และรักษาความปลอดภัยน่านฟ้าในภูมิภาค เพื่อเอื้อต่อการอพยพชาวออสเตรเลียที่ยังตกค้างอยู่ในพื้นที่
ริชาร์ด มาร์เลส รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมออสเตรเลีย เปิดเผยว่า ออสเตรเลียจะส่งเครื่องบิน E-7A Wedgetail พร้อมกำลังพล 85 นายไปปฏิบัติภารกิจในตะวันออกกลาง โดยคาดว่าจะพร้อมปฏิบัติการภายในปลายสัปดาห์นี้ และมีกำหนดประจำการเบื้องต้นเป็นเวลา 4 สัปดาห์ เพื่อทำหน้าที่ลาดตระเวนระยะไกลและสนับสนุนการรักษาความปลอดภัยของน่านฟ้าในภูมิภาคอ่าว
มาร์เลสระบุว่า ภารกิจดังกล่าวมีลักษณะใกล้เคียงกับบทบาทที่ออสเตรเลียเคยดำเนินการจากโปแลนด์เพื่อสนับสนุนการป้องกันยูเครน พร้อมยืนยันว่าออสเตรเลียจะจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยกลางขั้นสูงให้กับ UAE ด้วย
แอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย และมาร์เลสย้ำว่า ออสเตรเลียจะไม่ส่งกำลังภาคพื้นดินเข้าไปในอิหร่าน โดยการสนับสนุนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ด้านการป้องกันเท่านั้น
ปัจจุบันมีชาวออสเตรเลียอยู่ในตะวันออกกลางราว 115,000 คน โดยในจำนวนนี้ประมาณ 24,000 คนพำนักอยู่ใน UAE ซึ่งทำให้รัฐบาลต้องเผชิญภารกิจครั้งใหญ่ในการดูแลและอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับประเทศ
ทั้งนี้ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางพุ่งสูงขึ้น หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีเป้าหมายในหลายพื้นที่ทั่วภูมิภาค กระทบเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง