สเปนเรียกตัวเอกอัครราชทูตประจำอิสราเอลกลับประเทศอย่างถาวร ถือเป็นการลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ
ความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดมายาวนานระหว่างสเปนกับอิสราเอลเสื่อมถอยลงนับตั้งแต่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. โดยสเปนเป็นประเทศตะวันตกเพียงประเทศเดียวที่ประณามการโจมตีดังกล่าวอย่างรุนแรง ขณะที่นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า "สเปนจะไม่ร่วมทำสิ่งที่เป็นผลเสียต่อโลก เพียงเพราะเกรงกลัวการตอบโต้จากใครบางคน"
รัฐบาลสเปนประกาศการตัดสินใจยุติบทบาทเอกอัครราชทูตประจำอิสราเอลเมื่อวันอังคาร (10 มี.ค.) ตามข้อเสนอของโฆเซ มานูเอล อัลบาเรส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสเปน โดยได้รับการสนับสนุนจากคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ อุปทูตจะทำหน้าที่หัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูตของสเปนไปก่อนในระยะนี้
ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงต้นเดือนมี.ค. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ว่าจะตัดความสัมพันธ์ทางการค้ากับสเปนในทุกช่องทาง หลังจากที่ทางการสเปนปฏิเสธไม่ยอมให้กองทัพสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพในประเทศเพื่อปฏิบัติภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีอิหร่าน
รมว.ต่างประเทศสเปนออกมายืนยันจุดยืนว่า สเปนจะไม่อนุญาตให้มีการใช้ฐานทัพทหารของตนเพื่อเป็นฐานปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน โดยย้ำว่าแม้ฐานทัพดังกล่าวจะเป็นการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ กับสเปน แต่ก็ยังคงอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของสเปน