นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เรียกร้องต่อผู้นำโลกในการประชุม G7 ในวันนี้ โดยร่วมมือกับสหรัฐในการต่อสู้กับการก่อการร้ายของอิหร่าน ด้วยการตัดแหล่งเงินทุนที่หล่อเลี้ยงอิหร่าน พร้อมทั้งวางกรอบใหม่สำหรับการใช้มาตรการคว่ำบาตรแบบเชิงรุกและมุ่งเป้า
นายเบสเซนต์กล่าวในการประชุม "No Money for Terror" ที่กรุงปารีสว่า 'พวกคุณทุกคนต้องก้าวออกมาและร่วมมือกับเราในการทำลายภัยคุกคามจากการก่อการร้าย หลังจากที่สหรัฐต้องต่อสู้เพียงลำพัง'
นายเบสเซนต์กล่าวถ้อยแถลงดังกล่าว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และเจ้าหน้าที่สหรัฐคนอื่น ๆ เรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมกับสหรัฐในการทำสงครามกับอิหร่าน
นายเบสเซนต์ยังกล่าวว่า 'เรากำลังทบทวนมาตรการขึ้นบัญชีที่ล้าสมัยและหมดความจำเป็น โดยสถาบันการเงินควรมุ่งเป้าไปยังรูปแบบการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรที่ซับซ้อนที่สุด'
'มาตรการคว่ำบาตรไม่ควรยืดเยื้อจนทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่ได้ตั้งใจ มาตรการที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือมาตรการที่เข้มข้น มุ่งเป้า และมีกรอบเวลาชัดเจน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์เฉพาะ'
เขากล่าวว่า สหรัฐใช้มาตรการทางเศรษฐกิจและการทหารเพื่อตัดรายได้สำหรับโครงการอาวุธ โครงการนิวเคลียร์ และกลุ่มตัวแทนติดอาวุธของอิหร่าน พร้อมทั้งขัดขวางรายได้จากการขายน้ำมันหลายหมื่นล้านดอลลาร์ที่รัฐบาลอิหร่านคาดว่าจะได้รับ
นายเบสเซนต์กล่าวอีกว่า การดำเนินการของสหรัฐได้สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อกระแสเงินผิดกฎหมายของอิหร่าน รวมทั้งมีการอายัดสกุลเงินคริปโทที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลอิหร่าน และเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามเครือข่ายธนาคารเงาของอิหร่าน