กายา กัลลัส ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรป (EU) เปิดเผยหลังเสร็จสิ้นการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่ม EU ในลักเซมเบิร์กในวันจันทร์ (15 มิ.ย.) ว่า EU ได้ทำการตรวจสอบรายงานที่เชื่อถือได้ซึ่งระบุว่า กองทัพจีนได้ทำการฝึกบุคลากรทางทหารของรัสเซียเพื่อสู้รบในยูเครน และ EU กำลังประเมินผลกระทบอย่างรอบคอบ
แม้กัลลัสไม่ได้ระบุชื่อหรือให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงานดังกล่าว แต่การแสดงความเห็นดังกล่าวตอกย้ำว่า EU วิพากษ์วิจารณ์บทบาทของจีนอย่างรุนแรงในกรณีที่จีนให้การสนับสนุนความขัดแย้งดังกล่าว ในขณะที่ EU กำลังประเมินจุดยืนทางเศรษฐกิจและความมั่นคงที่เข้มงวดมากขึ้น
EU ได้เพิ่มรายชื่อบริษัทผู้ผลิต 2 รายที่มีฐานอยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ และบริษัทขนส่งสินค้าที่มีฐานอยู่ในฮ่องกงอีก 2 ราย เข้าในบัญชีรายชื่อผู้ที่ถูกคว่ำบาตรเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าบริษัท เซินเจิ้น หมิงหัวซิน (Shenzhen Minghuaxin) ได้จัดหาชิ้นส่วนโดรน และบริษัท ซินเซียง ริชฟูล ลูบริแคนท์ แอดดิทีฟ (Xinxiang Richful Lubricant Additive Company) ได้จัดหาสารเคมีเติมแต่งสำหรับน้ำมันหล่อลื่นเครื่องจักรให้กับกองทัพรัสเซีย ส่วนบริษัท กลอรี ชิปปิง เอชเค (Glory Shipping HK Limited) และบริษัท นอร์ด แอ็กซิส (Nord Axis Ltd) ถูกคว่ำบาตรเนื่องจากเอื้อประโยชน์ในการขนส่งและการส่งออกน้ำมันของรัสเซีย
สื่อต่างประเทศรายงานเมื่อเดือนที่แล้วว่า กองทัพจีนได้แอบฝึกบุคลากรทางทหารของรัสเซียประมาณ 200 นายในประเทศจีนอย่างลับ ๆ เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว และบางส่วนได้เดินทางกลับไปร่วมสู้รบในยูเครนแล้ว นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากหน่วยงานข่าวกรองและเอกสารของยุโรป ระบุว่าการฝึกอบรมที่เป็นความลับนี้มุ่งเน้นไปที่การใช้โดรน และมีการกำหนดไว้ในข้อตกลงที่ลงนามโดยนายทหารระดับสูงของรัสเซียและจีนในกรุงปักกิ่งเมื่อเดือนก.ค.ปีที่แล้ว
แม้ว่าจีนยังคงรักษาจุดยืนที่เป็นกลางเกี่ยวกับกรณีที่รัสเซียรุกรานยูเครน แต่จีนก็แป็นท่อน้ำเลี้ยงทางเศรษฐกิจที่สำคัญให้แก่รัสเซีย นอกจากนี้ บริษัทจีนยังได้จัดหาเทคโนโลยีที่ใช้ได้ทั้งสองทางให้แก่รัสเซีย ซึ่งรวมถึงชิ้นส่วนโดรน ส่งผลให้บริษัทจีนเหล่านี้ถูกคว่ำบาตรจากทั้งสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป
การที่จีนให้การสนับสนุนรัสเซียได้สร้างความตึงเครียดต่อความสัมพันธ์กับ EU นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากทำสงครามในยูเครนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2565 นอกจากนี้ การที่จีนมียอดเกินดุลการค้ามูลค่ามหาศาลกับ EU ยังเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ โดย EU กำลังพิจารณามาตรการจำกัดครั้งใหม่ต่อจีน เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลทางการค้า
บรรดาผู้นำ EU มีกำหนดจะประชุมร่วมกันในวันพฤหัสบดีนี้ (18 มิ.ย.) เพื่อหารือเกี่ยวกับภาวะกำลังการผลิตส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรมของจีน โดยคาดว่า มารอส เซฟโควิช หัวหน้าฝ่ายการค้าของ EU จะเข้าพบหวัง เหวินเถา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของจีน ที่กรุงบรัสเซลส์ในช่วงสิ้นเดือนนี้