ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า สุขภาพของประชากรอังกฤษกำลังเสื่อมโทรมลงและล้าหลังกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ โดยผลวิจัยล่าสุดชี้ว่า จำนวนปีที่ประชากรจะมีชีวิตอยู่โดยมีสุขภาพที่ดีในประเทศนั้นลดลงอย่างต่อเนื่อง
แอนดรูว์ มูนีย์ หัวหน้านักวิเคราะห์จากสถาบันคลังสมองด้านสุขภาพ (Health Foundation) เปิดเผยกับสำนักข่าวซินหัวในวันอังคาร (28 เม.ย.) ว่า "สุขภาพของประชากรในสหราชอาณาจักรกำลังเสื่อมถอยและล้าหลังประเทศอื่นมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเศรษฐกิจ รวมถึงคุณภาพชีวิตของประชาชน"
ความเห็นดังกล่าวมีขึ้นหลังจากสถาบันฯ ได้เผยแพร่รายงานเมื่อวันอาทิตย์ (26 เม.ย.) ที่ระบุว่า อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพดี (Healthy life expectancy) ในอังกฤษลดลงราว 2 ปีในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันอยู่ที่ 60.7 ปีสำหรับเพศชาย และ 60.9 ปีสำหรับเพศหญิง
รายงานระบุว่า การลดลงดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง โดยพื้นที่ส่วนท้องถิ่นกว่า 90% มีตัวเลขอายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพดีต่ำกว่าเกณฑ์อายุเกษียณของรัฐที่ 66 ปี ขณะที่มากกว่า 1 ใน 10 ของพื้นที่ทั้งหมด ตัวเลขดังกล่าวยังลดต่ำลงจนไม่ถึง 55 ปีอีกด้วย
นอกจากนี้ สถานะของอังกฤษในระดับสากลยังอ่อนแอลง โดยร่วงลงมาอยู่อันดับที่ 20 จากทั้งหมด 21 ประเทศที่มีรายได้สูง ในด้านอายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพดี เมื่อเทียบกับอันดับที่ 14 ในช่วง 10 ปีก่อนหน้า
รายงานยังชี้ให้เห็นอีกว่า แม้อายุคาดเฉลี่ยโดยรวมจะค่อนข้างคงที่ แต่ประชาชนกลับต้องใช้ชีวิตในช่วงที่มีสุขภาพย่ำแย่ยาวนานขึ้น ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงภาระที่เพิ่มขึ้นต่อสังคม ตลาดแรงงาน และการบริการสาธารณะ
มูนีย์กล่าวว่า รายงานฉบับนี้ควรเป็นสัญญาณเตือนสำหรับผู้กำหนดนโยบาย และการปรับปรุงสุขภาพของประชากรจะต้องได้รับการยกระดับให้เป็นนโยบายหลักลำดับต้นๆ ควบคู่ไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยต้องมีความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างหน่วยงานรัฐและมุ่งเน้นไปที่การป้องกันโรคให้มากขึ้น
นอกจากนี้ เขายังเรียกร้องให้มีการประสานงานข้ามหน่วยงานรัฐบาลที่เหนียวแน่นกว่าเดิม การให้ความสำคัญกับมาตรการเชิงป้องกัน และการเพิ่มความพยายามในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสุขภาพอย่างจริงจัง