สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่งและโกลด์ฟิวเจอร์ส วัน ที่ 26 เมษายน 2560

ข่าวหุ้น-การเงิน 26 เมษายน พ.ศ. 2560 18:36 น. —ThaiPR.net

สภาวะตลาดวันที่ 26 เมษายน 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,261.00-1,266.45 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,650 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวลดลง 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,700 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFJ17 อยู่ที่ 20,720 บาท โดยราคาปรับตัวลดลง 60 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,780 บาท (หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.37 น.ของวันที่ 26/04/2560) แนวโน้มวันที่ 27 เมษายน 2560 ทองคำแท่ง (96.50%) แนวรับ 1,255 (20,450บาท) 1,243 (20,250บาท) 1,232 (20,100บาท) แนวต้าน 1,270 (20,700บาท) 1,279 (20,850บาท) 1,288 (21,000บาท) GOLD FUTURES (GFJ17) แนวรับ 1,255 (20,560บาท) 1,243 (20,360บาท) 1,232 (20,180บาท) แนวต้าน 1,270 (20,810บาท) 1,279 (20,950บาท) 1,288 (21,100บาท)

การคาดการณ์ต่อมาตรการปฏิรูปภาษีที่รัฐบาลสหรัฐอาจจะการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลและจะลดภาษีการโอนกำไรธุรกิจในต่างประเทศกลับสู่สหรัฐลงเหลือ 10% ได้เพิ่มความน่าสนใจการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงพุ่งขึ้นจนกดดันราคาทองคำ แต่ยังคงมีความไม่แน่นอนว่ารัฐบาลสหรัฐจะสามารถประกาศใช้แผนการดังกล่าวได้รวดเร็วเพียงใด ส่งผลให้ราคาทองคำแรงขายทองคำชะลอลง นอกจากนี้ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐที่มีแนวโน้มตึงเครียดขึ้นอีกครั้งทั้งในประเด็นการค้าและความขัดแย้งทางการเมืองจากการอ้างสิทธิของจีนในทะเลจีนใต้ หลังจากในสัปดาห์ที่แล้ว ปธน.ทรัมป์ได้เริ่มต้นการสอบสวนทางการค้าต่อจีนและประเทศอื่นๆ ที่ส่งออกเหล็กกล้าราคาถูกมายังตลาดสหรัฐโดยการสอบสวนนี้บ่งชี้ว่ามีความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะประกาศใช้ภาษีศุลกากรใหม่ อีกทั้งเกาหลีใต้เริ่มติดตั้งส่วนประกอบของระบบต่อต้านขีปนาวุธ (THAAD) เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือภัยคุกคามนิวเคลียร์และขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือ ส่งผลให้จีนออกมาแสดงความวิตกอย่างจริงจังและเรียกร้องให้ถอนระบบ THAAD ประกอบกับกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศ (ASDF) ของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ฝูงเครื่องบินรบป้องกันตนเองของกองทัพญี่ปุ่นจะเข้าร่วมซ้อมรบกับเครื่องบินรบของกองทัพสหรัฐที่อยู่บนเรือบรรทุกเครื่องบินคาร์ล วินสัน เพิ่มความเสี่ยงเรื่องการเผชิญหน้าระหว่างจีนและสหรัฐทั้งเรื่องการค้าและการอ้างสิทธิของจีนในทะเลจีนใต้ รวมถึงความตึงเครียดเกี่ยวกับเกาหลีเหนือสร้างแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ทั้งนี้ แนะนำติดตามการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และ การประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่จะเสร็จสิ้นลงในวันที่ 27 เม.ย.นี้คาด BOJ จะยังคงนโยบายผ่อนคลายการเงินเชิงรุก ขณะที่ ECB คาดว่าจะไม่ส่งสัญญาณการยุติใช้มาตรการผ่อนคลายการเงินเชิงปริมาณ (QE) ในการประชุมครั้งนี้

กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาทองคำยืนเหนือบริเวณแนวรับ 1,255 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ในระยะสั้นราคาทองคำยังมีโอกาสขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,270-1,279 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยบริเวณนี้นักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบ้างส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ซึ่งหากไม่ผ่านราคาอาจจะมีการอ่อนตัวลงอีกครั้ง โดยนักลงทุนที่รอซื้อทองคำอาจรอดูการตั้งฐานของราคาโดยประเมินแนวรับไว้ที่ 1,255 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำนักลงทุนซื้อขายในระยะสั้น ส่วนนักลงทุนระยะสั้นคงต้องรอการย่อตัวและการตั้งฐานของราคาทองคำได้อย่างแข็งแกร่งจึงเข้าสะสมทองคำเพิ่มเติม

หากต้องการทราบทิศทางราคาทองคำและแนวทางลงทุนทองคำ ขอคำปรึกษาเพิ่มเติมจากทีมที่ปรึกษาการลงทุนด้านโกล์ดฟิวเจอร์ส โทร.02-687-9999


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ