สวนดุสิตโพล: ฝ่ายรัฐบาล – ฝ่ายค้าน เดินหน้าอย่างไร? จึงจะถูกใจประชาชน

ข่าวผลสำรวจ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2562 08:26 น. —สวนดุสิตโพล

สวนดุสิตโพล: ฝ่ายรัฐบาล – ฝ่ายค้าน เดินหน้าอย่างไร? จึงจะถูกใจประชาชน

หลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงนโยบายต่อสภาเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย แต่กระแสวิพากษ์วิจารณ์ เกี่ยวกับการอภิปรายทั้งส.ส.ฝ่ายค้าน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล และสว. ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมพูดถึงและต้องติดตามต่อไป โดยเฉพาะบทบาทการทำหน้าที่ของทั้ง ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต่อการบริหารบ้านเมืองจะสามารถทำได้จริงตามที่เคยประกาศไว้หรือไม่ เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนที่สนใจติดตามข่าวการเมือง “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จึงได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,902 คน ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2562 สรุปผลได้ ดังนี้

สวนดุสิตโพล: ฝ่ายรัฐบาล – ฝ่ายค้าน เดินหน้าอย่างไร? จึงจะถูกใจประชาชน
1. สิ่งที่ประชาชนเห็นว่า “ฝ่ายรัฐบาล” ต้องทำอย่างเร่งด่วน คือ
อันดับ 1   แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ ปากท้องของประชาชน                                        76.98%
เพราะ เศรษฐกิจตกต่ำ ค่าครองชีพสูง รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย ค้าขายลำบาก
ควรเร่งช่วยเหลือประชาชนอย่างจริงจัง ฯลฯ
อันดับ 2   ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ                                                        30.25%
เพราะ เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน มีหนี้สิน ขายไม่ได้กำไร ถูกเอารัดเอาเปรียบ
อยากให้ช่วยพยุงราคา กระตุ้นการส่งออก ฯลฯ
อันดับ 3   การทุจริตคอรัปชั่น ประพฤติมิชอบ                                                       27.43%
เพราะ การทุจริตยังมีอยู่ในสังคมไทย เป็นปัญหาที่ฝังรากลึก แก้ไขยาก ทำให้ประเทศไม่พัฒนา
ผู้ที่กระทำความผิดไม่เกรงกลัวกฎหมาย ฯลฯ
อันดับ 4   การบริหารประเทศ การใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า                                           26.64%
เพราะ ต้องการเห็นผลงานที่เป็นรูปธรรม ประเทศจะได้เจริญก้าวหน้า มั่นคง พัฒนาต่อเนื่อง
ไม่สูญเสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ ฯลฯ
อันดับ 5   ปฏิรูปการศึกษา                                                                    16.14%
เพราะ อยากให้ประเทศเจริญก้าวหน้า พัฒนาการศึกษาให้ทันสมัย ได้มาตรฐาน
แข่งขันกับต่างชาติได้ ยังมีเด็กอีกมากที่ขาดโอกาส ฯลฯ
2. สิ่งที่ประชาชนเห็นว่า “ฝ่ายค้าน” ต้องทำอย่างเร่งด่วน คือ
อันดับ 1   ตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาล เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น                     51.88%
เพราะ เป็นการคานอำนาจไม่ให้รัฐบาลมีอำนาจมากเกินไป เพื่อความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่
ลดปัญหาการทุจริต คอรัปชั่น ฯลฯ
อันดับ 2   ให้ความร่วมมือในการดำเนินงานของรัฐบาลที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม                            49.57%
เพราะ เป็นการนำความรู้ความสามารถมาช่วยกันพัฒนาประเทศ ร่วมมือร่วมใจกันแก้ปัญหาบ้านเมือง
เน้นประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ฯลฯ
อันดับ 3   ตรวจสอบการใช้งบประมาณ การทุจริตในโครงการต่าง ๆ                                     21.10%
เพราะ รัฐบาลมีการกู้เงินและใช้งบประมาณจำนวนมาก อยากให้มีการตรวจสอบความโปร่งใส
ป้องกันการทุจริต ประพฤติมิชอบ ฯลฯ
อันดับ 4   ผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และข้อกฎหมายต่าง ๆ                                           15.46%
เพราะ อยากให้กฎหมายเป็นธรรม ไม่สองมาตรฐาน เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด
ป้องกันการหาประโยชน์จากช่องโหว่ของกฎหมาย ฯลฯ
อันดับ 5   การสร้างความสามัคคี ปรองดอง                                                        10.55%
เพราะ ต้องการให้สถานการณ์บ้านเมืองสงบสุข ทุกคนรักและเข้าใจกัน รับฟังความเห็นที่แตกต่าง
ทำให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้า ฯลฯ
3. สิ่งที่ประชาชนเห็นว่า “ฝ่ายรัฐบาล” ไม่ควรทำอย่างยิ่ง คือ
อันดับ 1   เอื้อประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง ขาดความซื่อสัตย์ในการปฏิบัติหน้าที่                            50.79%
อันดับ 2   ใช้งบประมาณอย่างสิ้นเปลือง ซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์เกินความจำเป็น                                24.21%
อันดับ 3   การวางตนในสภาที่ไม่เหมาะสม ไม่เป็นแบบอย่างที่ดี                                          15.41%
อันดับ 4   ออกนโยบายที่กระทบต่อประชาชน เช่น การขึ้นภาษี การขึ้นราคาสินค้าและบริการ                     14.78%
อันดับ 5   ไม่ดำเนินงานตามนโยบาย ไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ เช่น การขึ้นค่าแรง                              7.23%
4. สิ่งที่ประชาชนเห็นว่า “ฝ่ายค้าน” ไม่ควรทำอย่างยิ่ง คือ
อันดับ 1   การทุจริต ทำให้ประเทศชาติเสียหาย                                                     34.68%
อันดับ 2   การอภิปรายที่ไม่สร้างสรรค์ ไม่เคารพกฎระเบียบของรัฐสภา                                    33.62%
อันดับ 3   การค้านทุกเรื่องโดยไม่ฟังเหตุผล มีอคติ                                                   27.02%
อันดับ 4   สร้างความแตกแยกในสังคม ปลุกระดมทางความคิด                                           14.47%
อันดับ 5   นำเสนอข้อมูลที่บิดเบือนจากความเป็นจริง ปล่อยข่าวเท็จ                                       11.28%
5. สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ที่ประชาชนเป็นห่วงมากที่สุด คือ
อันดับ 1   ปัญหาปากท้อง ของแพง คนตกงาน ว่างงาน เงินไม่พอใช้                                      79.64%
อันดับ 2   ความขัดแย้งทางการเมือง แตกแยก ขาดความสามัคคี                                         35.07%
อันดับ 3   การก่อเหตุร้าย วางระเบิด                                                            22.06%
อันดับ 4   กฎหมายไม่มีความยุติธรรม เหลื่อมล้ำ                                                     16.52%
อันดับ 5   เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ราคาผลผลิตตกต่ำ                                            14.25%

ที่มา: สวนดุสิตโพล


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ