สวนดุสิตโพล: การใช้จ่ายของคนไทยในยุคโควิด-19

ข่าวผลสำรวจ Monday August 23, 2021 08:07 —สวนดุสิตโพล

สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง ประชาชนต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตและระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลให้มีพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน ?สวนดุสิตโพล?มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,274 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่                       16-19 สิงหาคม 2564 สรุปผลได้ ดังนี้

1. การใช้จ่ายของประชาชน ณ วันนี้ เปรียบเทียบกับก่อนมีโควิด-19 เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
    ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 40.22%         ใช้จ่ายลดลง 33.60%       ใช้จ่ายเท่าเดิม 26.18%
2. ปัจจุบัน ประชาชนนำเงินจากช่องทางใดมาใช้จ่าย
อันดับ 1          รายได้จากการทำงานหลักและงานเสริม                83.57%
อันดับ 2          นำเงินออมออกมาใช้                46.78%
อันดับ 3          มาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ เช่น คนละครึ่ง เงินเยียวยา           44.34%
อันดับ 4          รูดบัตรเครดิต กดบัตรเงินสด รถแลกเงิน บ้านแลกเงิน          26.26%
อันดับ 5          หยิบยืมญาติ คนรู้จัก พี่น้อง               25.31%

3. สำหรับประชาชนที่มีเงินออม ในช่วงนี้มีการนำเงินออมมาใช้มากน้อยเพียงใด
อันดับ 1          ใช้ไปบ้างบางส่วน          42.63%
อันดับ 2          ใช้ไปเกือบหมดแล้ว          19.36%
อันดับ 3          ใช้ไปกว่าครึ่ง          15.15%
อันดับ 4          ใช้ไปหมดแล้ว          12.64%
อันดับ 5          ไม่ได้นำเงินออมมาใช้          10.22%

4. ในช่วงโควิด-19 รูปแบบการใช้จ่ายของประชาชนเป็นอย่างไร
อันดับ 1          ลดการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย วางแผนการใช้จ่ายอย่างรัดกุม           80.44%
อันดับ 2          ซื้อสินค้าทีละจำนวนมาก กักตุนสินค้าจำเป็น           57.49%
อันดับ 3          ซื้อสินค้าที่ราคาประหยัดกว่า ซื้อช่วงจัดโปรโมชั่น                    56.47%
อันดับ 4          สั่งซื้อของผ่านทางออนไลน์          53.71%
อันดับ 5          ซื้อสินค้าจากร้านที่เข้าร่วมมาตรการรัฐ เช่น คนละครึ่ง เราชนะ          53.08%

5. ประชาชนอยากให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องการใช้จ่ายของประชาชน ณ วันนี้ อย่างไร
อันดับ 1          ลดค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าน้ำมัน           86.41%
อันดับ 2          ลดภาระค่าครองชีพ ควบคุมราคาสินค้า                76.86%
อันดับ 3          มีมาตรการเยียวยาประชาชนแบบทั่วถึงทุกคน              71.64%
อันดับ 4          พักชำระหนี้ ลดดอกเบี้ย             61.85%
อันดับ 5          จำหน่ายสินค้าราคาประหยัดในพื้นที่ต่างๆ          51.82%

6. ในยุคโควิด-19 จากสภาพการใช้จ่าย ณ วันนี้ ประชาชนคาดว่าจะประคองตัวเองต่อไปได้อีกประมาณเท่าใด
    ไม่เกิน 3 เดือน 37.37%     3 ? 6 เดือน 30.32%       6 เดือน ? 1 ปี 19.68%      1 ? 2 ปี  12.63%

*หมายเหตุ   ผู้ตอบสามารถระบุความคิดเห็นได้มากกว่า 1 เรื่อง (ค่าร้อยละจึงคำนวณในแต่ละข้อ)









สรุปผลการสำรวจ : การใช้จ่ายของคนไทยในยุคโควิด-19
          สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณี การใช้จ่ายของคนไทย                           ในยุคโควิด-19 กลุ่มตัวอย่าง 1,274 คน ระหว่างวันที่ 16-19 สิงหาคม 2564 พบว่า ในช่วงโควิด-19 ประชาชนใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ร้อยละ 40.22 นำเงินจากการทำงานมาใช้ ร้อยละ 83.57 เงินออมที่มีอยู่ใช้ไปบ้างแล้วบางส่วน ร้อยละ 42.63 รูปแบบการใช้จ่ายในช่วงโควิด-19 คือ ลดการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย ร้อยละ 80.44 โดยอยากให้รัฐบาลช่วยเรื่องลดค่าน้ำ                 ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าน้ำมัน ร้อยละ 86.41 และจากสภาพการใช้จ่ายตอนนี้คิดว่าจะประคองตัวเองต่อไปได้อีกประมาณ                    3 เดือน ร้อยละ 37.37

ถึงแม้ว่าในช่วงโควิด-19 ประชาชนจะประหยัดและวางแผนการใช้จ่ายอย่างรัดกุม แต่ก็ยังต้องนำเงินออมออกมาใช้ เพราะโควิด-19 ทำให้มีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น อีกทั้งสถานการณ์ว่างงาน ตกงาน และเศรษฐกิจตกต่ำก็ทำให้ประชาชนไม่มีกำลังการบริโภคภายในประเทศมากนัก ทั้งนี้ประชาชนมองว่าจะประคองตัวเองต่อไปได้อีกไม่เกิน 3 เดือนเท่านั้น รัฐบาลจึงต้องเร่งแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ มีมาตรการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและลดค่าครองชีพเพื่อช่วยเหลือประชาชนโดยเร็ว

นางสาวพรพรรณ บัวทอง นักวิจัย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โทร 086-3766533

จากผลการสำรวจการใช้จ่ายของคนไทยในยุคโควิด-19 พบว่ากำลังเข้าสู่ยุคของ ?Transformation? เพื่อเข้าสู่ยุค ?ความปกติถัดไป (Next Normal)? ซึ่งทำให้ประชาชนมีการ ?ปรับตัว ปรับใจ ปรับการใช้ชีวิต? ซึ่งจะต้องอยู่บนพื้นฐานของ ?ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง? เริ่มจากการปรับตัวด้วย ?ความมีเหตุผล? ในการใช้จ่ายควรจะต้องลด ละ เลิก ซื้อสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิตลง วางแผนการใช้จ่ายอย่างรัดกุมมากขึ้น เน้นความประหยัดและคุ้มค่า ปรับใจให้มีความ ?พอประมาณ? มีความสุขและพอใจกับสิ่งที่มี ให้ความสำคัญกับความสุขใจและสุขภาพที่ดีบนพื้นฐานของการแบ่งปันและเอื้ออาทรซึ่งกัน และกัน มีการปรับการใช้ชีวิตในยุคปกติถัดไป (Next Normal) ด้วยการ ?สร้างภูมิคุ้มกัน? โดยมีการวางแผนการออมเงิน ลดการสร้างภาระหนี้สินที่ไม่จำเป็น มีเงินสำรองสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน สร้างรายได้มากกว่าหนึ่งอาชีพ พร้อมกับมีการพัฒนาตนเองเพื่อให้ทันและรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในทุกสถานการณ์เพื่อสามารถใช้ชีวิตอย่างมี ?ความสุข สงบ เย็น เป็นประโยชน์?

รองศาสตราจารย์ ดร.พรรณี สวนเพลง

อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

ที่มา: สวนดุสิตโพล

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ