พยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตร 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 17 – 23 มกราคม พ.ศ. 2563

ข่าวทั่วไป 17 มกราคม พ.ศ. 2563 16:26 น. —กรมอุตุนิยมวิทยา

พยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตร 7 วันข้างหน้า

ระหว่างวันที่ 17 – 23 มกราคม พ.ศ. 2563

ออกประกาศวันศุกร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2563

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ 8/63

การคาดหมายลักษณะอากาศ ในช่วงวันที่ 17-18 ม.ค. ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยและยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-13 องศาเซลเซียส ในช่วงวันที่ 19-21 ม.ค. บริเวณภาคเหนือตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนเพิ่มมากขึ้น และในช่วงวันที่ 22-23 ม.ค. บริเวณภาคเหนือตอนบนอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส

สำหรับภาคใต้ ในช่วงวันที่ 19-22 ม.ค. จะมีฝนเพิ่มมากขึ้น บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร คำเตือน ในช่วงนี้บริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในบางพื้นที่ เกษตรกรควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย รวมทั้งระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอก สำหรับในช่วงวันที่ 19-22 ม.ค. บริเวณอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือและชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ

คำแนะนำสำหรับการเกษตร

ภาคเหนือ
พยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตร 7 วันข้างหน้า และผลกระทบต่อพืช/สัตว์

ในช่วงวันที่ 17-18 ม.ค. อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 12-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-13 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 19-21 ม.ค. จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่งทางตอนบนของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 13-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-12 องศาเซลเซียส ในช่วงวันที่ 21-23 ม.ค. อากาศเย็นถึงหนาว และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศา อุณหภูมิต่ำสุด 10-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-35 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ความชื้นสัมพัทธ์ 60-70 %

  • ระยะนี้จะมีอากาศเย็นถึงหนาว เกษตรกรควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อป้องกันการเจ็บป่วย นอกจากนี้ควรเพิ่มความอบอุ่นในโรงเรือนให้แก่สัตว์เลี้ยงอย่างเพียงพอเพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยงหนาวเย็นจนอ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
พยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตร 7 วันข้างหน้า และผลกระทบต่อพืช/สัตว์

ในช่วงวันที่ 17-20 ม.ค. อากาศเย็นถึงหนาว และอุณหภูมิลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 15-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ในช่วงวันที่ 21-23 ม.ค. อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 17-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ความชื้นสัมพัทธ์ 60-70 %

  • ในช่วงนี้จะมีอากาศเย็นและแห้ง เกษตรกรควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อป้องกันการเจ็บป่วย นอกจากนี้ควรระวังการเกิดอัคคีภัย สำหรับเกษตรกรที่ต้องการปลูกพืชรอบใหม่ควรเลือกพืชที่มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้นและใช้น้ำน้อย
ภาคกลาง
พยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตร 7 วันข้างหน้า และผลกระทบต่อพืช/สัตว์

ในช่วงวันที่ 17-18 และ 22-23 ม.ค. เมฆบางส่วนกับมีหมอกในตอนเช้า ในช่วงวันที่ 19-21 ม.ค. มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ความชื้นสัมพัทธ์ 65-75 %

  • ระยะนี้จะมีอากาศเย็น เกษตรกรควรลดปริมาณอาหารที่ให้แก่สัตว์น้ำในบ่อเลี้ยงในช่วงที่มีอากาศเย็น สำหรับพื้นที่การเกษตรนอกเขตชลประทาน เกษตรกรควรใช้น้ำอย่างประหยัดและวางแผนการใช้น้ำให้มีประสิทธิภาพ
ภาคตะวันออก
พยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตร 7 วันข้างหน้า และผลกระทบต่อพืช/สัตว์

ในช่วงวันที่ 17-18 ม.ค. มีเมฆบางส่วนกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 19-23 ม.ค. มีเมฆบางส่วนโดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ความชื้นสัมพัทธ์ 65-75 %

  • ในช่วงนี้จะมีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกปากดูด เช่น เพลี้ยและไรชนิดต่างๆ ในพืชไร่ ไม้ผล และพืชผัก เป็นต้น นอกจากนี้ควรคลุมดินบริเวณแปลงปลูกพืชด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อลดการระเหยของน้ำ รวมทั้งควรให้น้ำแก่พืชอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
ภาคใต้
พยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตร 7 วันข้างหน้า และผลกระทบต่อพืช/สัตว์

ฝั่งตะวันออก ในช่วงวันที่ 17-18 และ 23 ม.ค. มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างของภาคอุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสงขลาลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ในช่วงวันที่ 19-22 ม.ค. มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ความชื้นสัมพัทธ์ 70-80 %

ฝั่งตะวันตก ในช่วงวันที่ 17-18 และ 23 ม.ค. มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ในช่วงวันที่ 19-22 ม.ค. มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ความชื้นสัมพัทธ์ 70-80 %

  • ระยะนี้จะมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ทางตอนบนของภาคมีฝนน้อยเกษตรกรควรให้น้ำแก่พืชอย่างเหมาะสมและวางแผนการใช้น้ำให้มีประสิทธิภาพ ส่วนทางตอนล่างของภาคความชื้นในดินยังคงมีอยู่เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของโรคพืชที่เกิดจากเชื้อราในพืชสวนและพืชผัก เป็นต้น
ลักษณะอากาศในช่วง 7 วันที่ผ่านมา

ระหว่างวันที่ 10 – 16 มกราคม 2563 บริเวณความกดอากาศสูงปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กับมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกในระดับบนเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือตลอดช่วงลักษณะดังกล่าวทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะภาคเหนือมีอากาศหนาวทางตอนบนของภาค ส่วนภาคอื่นๆ มีอากาศเย็นหลายพื้นที่ สำหรับฝนในช่วงนี้ได้รับอิทธิพลจากลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคุลมภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนส่วนมากในระยะต้นและกลางช่วง ส่วนภาคใต้ลมตะวันออกที่พัดปกคลุมมีกำลังอ่อนตลอดช่วงทำให้มีฝนตกบางพื้นที่

ภาคเหนือ มีอากาศเย็นทั่วไป กับมีอากาศหนาวบางพื้นที่ทางตอนบนของภาค สำหรับบริเวณเทือกเขาและยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศเย็นทั่วไปตลอดช่วง กับมีอากาศหนาวบางพื้นที่ในวันที่ 13 ม.ค. สำหรับบริเวณเทือกเขาและยอดภูมีอากาศหนาว ภาคกลาง มีอากาศเย็นเกือบทั่วไปทางตอนบนของภาคเกือบตลอดช่วง โดยมีฝนเล็กน้อยถึงปานกลางบางแห่งในระยะกลางช่วง ภาคตะวันออก มีอากาศเย็นบางพื้นที่ในระยะครึ่งแรกของช่วง จากนั้นมีอากาศเย็นหลายพื้นที่ โดยมีฝนร้อยละ 5-20 ของพื้นที่บริเวณชายฝั่งตอนล่างของภาคเกือบตลอดช่วง กับมีฝนหนักบางแห่งในวันที่ 13 ม.ค. ภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีอากาศเย็นหลายพื้นที่ โดยมีฝนน้อยกว่าร้อยละ 20 ของพื้นที่เกือบตลอดช่วง กับมีฝนหนักบางแห่งในวันที่ 11 ม.ค. ภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีอากาศเย็นบางพื้นที่ในระยะครึ่งแรกของช่วง จากนั้นมีอากาศเย็นหลายพื้นที่ โดยมีฝนร้อยละ 10-25 ของพื้นที่ในระยะครึ่งแรกของช่วง

ช่วงที่ผ่านมามีรายงานฝนตกหนักบริเวณกรุงเทพมหานคร จังหวัดระยอง และนครศรีธรรมราช

ที่มา: กรมอุตุนิยมวิทยา


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ