-
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบเช้าวันนี้ (2 ก.ย.) ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดลบเมื่อวานนี้ (1 ก.ย.) โดยตลาดถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลก รวมทั้งราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น อันเนื่องมาจากความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น
ทั้งนี้ ดัชนี Kospi ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดร่วง 3.1% สู่ระดับ 6,625.47 จุด และดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดลบ 1.5% สู่ระดับ 65,195.43 จุด อันเป็นผลจากแรงขายทั่วตลาด
-
รัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของกลุ่ม G20 ยกเว้นจีน เห็นพ้องกันเมื่อวันอังคาร (1 ก.ย.) ว่า ประเทศต่าง ๆ ควรยกเลิกนโยบายและแนวปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความไม่สมดุลทางการค้าโลก
แถลงการณ์ของประธาน G20 ซึ่งออกหลังการประชุม 2 วันที่เมืองแอชวิลล์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา ระบุว่า ประเทศสมาชิกควรดำเนินมาตรการเพื่อขจัดนโยบายและแนวปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามกลไกตลาดและทำให้ความไม่สมดุลทางการค้ารุนแรงขึ้น
รัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางเห็นพ้องว่า ประเทศที่มีดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลสูงและต่อเนื่องเป็นเวลานาน ควรดำเนินนโยบายเพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และลดการพึ่งพาการส่งออกเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจมากเกินไป
-
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลพุ่งขึ้นทั่วโลกเมื่อวานนี้ (1 ก.ย.) โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักรทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้นเช่นกัน หลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาทวีความรุนแรงอีกครั้ง ทำให้นักลงทุนกลับมากังวลเกี่ยวกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ดีดตัวขึ้น 0.03% สู่ระดับ 4.7880% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 20 เดือน
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นมากกว่า 0.06% แตะระดับ 3% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1996
-
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบน Truth Social ระบุว่า สหรัฐกำลังโจมตีอิหร่านครั้งใหม่ เพื่อตอบโต้ต่อการที่อิหร่านพยายามนำทุ่นระเบิดไปวางในช่องแคบฮอร์มุซ และต่อการที่อิหร่านยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐในจอร์แดน
นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์เตือนว่า หากอิหร่านทำการตอบโต้ ก็จะเผชิญกับการโจมตีจากสหรัฐฯ อีก ซึ่งจะมีความรุนแรงมากขึ้น
สหรัฐกำลังโจมตีเป้าหมายในอิหร่านบริเวณใกล้ช่องแคบฮอร์มุซในขณะนี้
-
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวานนี้ (1 ก.ย.) ว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะกลายเป็น ผืนน้ำที่ไร้ค่า ภายในเวลาสองปี
ทั้งนี้ ในการกล่าวต่อที่ประชุมกลุ่ม G20 เบสเซนต์เปิดเผยถึงแผนการเชิงรุกของสหรัฐฯ เพื่อกดดันเศรษฐกิจของอิหร่านอย่างหนัก โดยสหรัฐจะเพิ่มกำลังการผลิตพลังงาน ซึ่งจะทำให้เส้นทางเดินเรือแห่งนี้หมดความสำคัญลงอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ เบสเซนต์คาดการณ์ว่า ภายในเวลา 24 เดือน โครงข่ายท่อส่งน้ำมันทางบกจะสามารถช่วยลดการพึ่งพาการใช้ช่องแคบฮอร์มุซได้โดยสิ้นเชิง
-
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบน Truth Social เรียกร้องให้พรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตร่วมกันผลักดันกฎหมายฟื้นฟูอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เพื่อให้การผลิตภาพยนตร์กลับสู่สหรัฐฯ แทนที่จะกระจัดกระจายไปยังประเทศต่าง ๆ
ปธน.ทรัมป์สนับสนุนให้มีการใช้มาตรการปรับลดภาษีเพื่อจูงใจให้มีการผลิตภาพยนตร์ในสหรัฐฯ โดยระบุว่า เงินที่ใช้ไปกับมาตรการจูงใจทางภาษีจะถูกชดเชยกลับมาหลายเท่าตัวจากเงินจำนวนมหาศาลที่จะไหลเข้าสู่คลังของรัฐบาล
-
สตีฟ เดนส์ วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เสร็จสิ้นภารกิจการเดินทางเยือนจีน ก่อนที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน มีกำหนดเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันในวันที่ 24 กันยายน
ทั้งนี้ เดนส์ ซึ่งเป็นสมาชิกพรรครีพับลิกันจากรัฐมอนแทนา ได้เดินทางเยือนจีนตั้งแต่วันพุธถึงวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยไปยังเมืองหางโจว ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีของจีน และเมืองกว่างโจวทางตอนใต้ของประเทศ นอกจากนี้ เดนส์ยังได้เยี่ยมชมมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีน รวมทั้งบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่ง
การเดินทางของเดนส์เกิดขึ้นในช่วงที่สงครามเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีนทวีความรุนแรงขึ้น และกลายเป็นหนึ่งในแนวรบสำคัญของการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองประเทศ โดยในขณะที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการสำรวจอวกาศกำลังกลายเป็นสมรภูมิสำคัญ สหรัฐยังคงเดินหน้าจำกัดความร่วมมือด้านวิชาการกับจีน
-
ข้อมูลและเหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญในวันนี้ (2 ก.ย.)
เกาหลีใต้เปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนส.ค.
ออสเตรเลียเปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2569
ธนาคารกลางแคนาดาประกาศอัตราดอกเบี้ย
สหรัฐฯ เปิดเผยรายงานตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนรายสัปดาห์จาก ADP, ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนก.ค., สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช