ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นในวันนี้ (3 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศการบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับอินเดีย โดยทั้งสองฝ่ายจะปรับลดอัตราภาษีศุลกากรระหว่างกันในทันที
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 54,201.01 จุด เพิ่มขึ้น 1,545.83 จุด หรือ +2.94%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 26,830.50 จุด เพิ่มขึ้น 54.93 จุด หรือ +0.21% ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ 4,031.07 จุด เพิ่มขึ้น 15.32 จุด หรือ +0.38%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 5.34% ส่วนดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 1.03%
บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นเอเชียได้รับปัจจัยบวกจากการที่ปธน.ทรัมป์ประกาศผ่านทางทรูธโซเชียลเมื่อวานนี้ว่า สหรัฐฯ และอินเดียบรรลุข้อตกลงการค้าร่วมกันแล้ว โดยสหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค้านำเข้าจากอินเดียในอัตรา 18% ลดลงจากเดิมที่ระดับ 25% ขณะที่อินเดียจะเก็บภาษีในอัตรา 0% ต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ
ปธน.ทรัมป์ยังระบุว่า อินเดียตกลงที่จะยุติการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย และหันไปซื้อน้ำมันจากสหรัฐฯ มากขึ้น และอาจรวมถึงน้ำมันจากเวเนซุเอลา นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ได้ตกลงที่จะซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ
ด้านธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 3.85% ในการประชุมวันนี้ ซึ่งเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2566 เนื่องจากเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ โดยคณะกรรมการ RBA ระบุในแถลงการณ์ว่า "ข้อมูลเป็นวงกว้างในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเป็นสิ่งยืนยันว่า แรงกดดันด้านเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 และนี่เป็นหลักฐานว่าอุปสงค์ในภาคเอกชนกำลังเติบโตเร็วกว่าที่คาดไว้"
สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลียรายงานเมื่อวันที่ 28 ม.ค. ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) หรือมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ พุ่งขึ้น 3.6% ในไตรมาส 4/2568 เมื่อเทียบรายปี นับเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 ไตรมาส และเพิ่มขึ้นจากระดับ 3.2% ในไตรมาส 3/2568