ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดบวกเล็กน้อย, S&P500 ปิดลบ กังวลเงินเฟ้อสูง-สงครามอิหร่านยืดเยื้อ

ข่าวต่างประเทศ Wednesday May 13, 2026 06:29 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันอังคาร (12 พ.ค.) ส่วนดัชนี S&P500 และ Nasdaq ต่างก็ปิดในแดนลบ เนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงเกินคาดของสหรัฐฯ และความเปราะบางของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเป็นปัจจัยกดดันให้นักลงทุนเทขายทำกำไร

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,760.56 จุด เพิ่มขึ้น 56.09 จุด หรือ +0.11%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,400.96 จุด ลดลง 11.88 จุด หรือ -0.16% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,088.20 จุด ลดลง 185.92 จุด หรือ -0.71%

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้น 3.8% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2566 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.7% หลังจากที่เพิ่ม 3.3% ในเดือนมี.ค.

การพุ่งขึ้นของดัชนี CPI ในเดือนเม.ย.สะท้อนให้เห็นว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซอันเนื่องมาจากสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ได้ส่งผลให้เกิดภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมัน ซึ่งผลักดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้นและก่อให้เกิดเงินเฟ้อ โดยตลาดวิตกกังวลว่าสงครามที่ยืดเยื้อจะยิ่งทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นอีก และจะลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้

ล่าสุด เครื่องมือ FedWatch ของ CME บ่งชี้ว่า โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยกำลังเพิ่มสูงขึ้น โดยขณะนี้นักลงทุนให้น้ำหนัก 30.5% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ในการประชุมเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้นจาก 21.5% ที่ให้น้ำหนักในวันจันทร์ที่ผ่านมา (11 พ.ค.)

วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติให้เควิน วอร์ช เป็นสมาชิกของคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด ด้วยคะแนนเสียง 51 ต่อ 45 และอาจจะจัดการประชุมอีกครั้งในวันนี้ (13 พ.ค.) เพื่อลงมติอนุมัติให้วอร์ชดำรงตำแหน่งประธานเฟด โดยหากได้รับการรับรองจากวุฒิสภาในวันนี้ วอร์ชจะเข้ารับตำแหน่งประธานเฟดแทนเจอโรม พาวเวล ซึ่งจะหมดวาระในวันศุกร์ที่ 15 พ.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก InfraCap ให้ความเห็นว่า เมื่อพิจารณาจากตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในขณะนี้ วอร์ชอาจไม่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้แม้ว่าเขาต้องการจะทำก็ตาม พร้อมกับกล่าวว่า เงินเฟ้อไม่มีแนวโน้มที่จะชะลอตัวลง เว้นแต่ว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลง

สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านซึ่งล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่ 11 ยังไม่มีวี่แววว่าจะหาข้อยุติได้ในระยะอันใกล้ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านกำลังอยู่ในภาวะที่เปราะบางอย่างมาก พร้อมกับปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านในการยุติสงคราม โดยข้อเสนอเหล่านี้รวมถึงการที่อิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐฯ ชดเชยความเสียหายจากสงคราม ยอมรับอธิปไตยของอิหร่านเหนือช่องแคบฮอร์มุซ ยุติมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน และยกเลิกการอายัดทรัพย์สินของอิหร่าน

หุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยและกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนี S&P500 โดยลดลง 1.06% และ 1% ตามลำดับ ส่วนหุ้นกลุ่มเฮลธ์และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยพุ่งขึ้น 1.93% และ 1.56% ตามลำดับ

หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ได้รับแรงหนุนจากหุ้น Humana ที่พุ่งขึ้น 7.7% หลังจากนักวิเคราะห์ของ Bernstein ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาหุ้นของ Humana ขึ้นอีก 36%

หุ้น GameStop ร่วงลง 3.5% หลังจาก eBay ปฏิเสธข้อเสนอซื้อกิจการมูลค่า 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์จาก GameStop

หุ้น Zebra Technologies ผู้ผลิตเครื่องสแกนบาร์โค้ด พุ่งขึ้น 11.4% หลังจากบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของยอดขายรายปี โดยเชื่อมั่นว่าความต้องการผลิตภัณฑ์ของบริษัทจะเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

นักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างปธน.ทรัมป์ และปธน.สี จิ้นผิง ผู้นำจีน ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่งในวันที่ 14-15 พ.ค. โดยผู้นำทั้งสองจะหารือกันเพื่อคลี่คลายประเด็นต่าง ๆ รวมถึงประเด็นภาษีศุลกากรฐ ความช่วยเหลือทางทหารของสหรัฐฯ ต่อไต้หวัน, ความเป็นไปได้ที่จีนจะเข้ามาบทบาทในการเป็นตัวกลางเจรจาสันติภาพกับอิหร่าน และการขยายข้อตกลงการค้าแร่หายาก


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ