ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (11 พ.ค.) ขณะที่นักลงทุนประเมินแนวโน้มการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน รวมทั้งจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างผุ้นำจีนกับสหรัฐฯ และติดตามการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.06% แตะที่ 97.955
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 157.21 เยน จากระดับ 156.71 เยนในวันศุกร์ (8 พ.ค.) และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.7782 ฟรังก์ จากระดับ 0.7766 ฟรังก์ แต่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3673 ดอลลาร์ 1.3681 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1775 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1778 ดอลลาร์ในวันศุกร์ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3629 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3622 ดอลลาร์
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวในวันจันทร์ว่า ข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านที่ดำเนินมาหลายสัปดาห์ยังคงมีผลบังคับใช้ แต่กำลังอยู่ในภาวะ "เปราะบางอย่างมาก" โดยการแสดงความเห็นดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่เขาปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านในการยุติสงคราม
สื่อของอิหร่านรายงานว่า อิหร่านได้ส่งคำตอบต่อข้อเสนอยุติสงครามของสหรัฐฯ ผ่านทางปากีสถานซึ่งเป็นคนกลาง โดยอิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐฯ ชดเชยความเสียหายจากสงคราม ตลอดจนยอมรับอธิปไตยของอิหร่านเหนือช่องแคบฮอร์มุซ ยุติมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน และยกเลิกการอายัดทรัพย์สินของอิหร่าน แต่ปธน.ทรัมป์ได้ปฏิเสธคำตอบดังกล่าวของอิหร่าน โดยกล่าวว่าเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้โดยสิ้นเชิง
ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ให้สัมภาษณ์รายการ "60 Minutes" ของสถานีโทรทัศน์ CBS ว่า สงครามกับอิหร่านนั้น "ยังไม่จบ" เนื่องจากสหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงตั้งเป้าที่จะยับยั้งความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน
นักวิเคราะห์ของซิตี้กรุ๊ป ระบุในรายงานตลาดน้ำมันฉบับล่าสุดว่า ราคาน้ำมันอาจปรับตัวสูงขึ้นต่อไป หากอิหร่านและสหรัฐฯ ไม่สามารถบรรลุข้อตกลง โดยราคาน้ำมันยังคงมีแนวโน้มในช่วงขาขึ้น เนื่องจากอิหร่านยังคงมีอำนาจควบคุมอย่างมีนัยสำคัญต่อกำหนดเวลาและเงื่อนไขของข้อตกลงใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อเปิดเส้นทางขนส่งพลังงานในช่องแคบฮอร์มุซ
นักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ณ กรุงปักกิ่ง ในวันที่ 14-15 พ.ค.นี้ โดยหัวข้อการหารือจะครอบคลุมหลากหลายประเด็น ซึ่งรวมถึงประเด็นสงครามอิหร่าน การค้า อาวุธนิวเคลียร์ ไต้หวัน ปัญญาประดิษฐ์ และความเป็นไปได้ที่จะมีการขยายข้อตกลงแร่หายากที่สำคัญ
นอกจากนี้ นักลงทุนรอดูการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI จะเพิ่มขึ้น 3.7% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.3% ในเดือนมี.ค. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 2.7% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.6% ในเดือนมี.ค.