ผลสำรวจของธนาคารเนชันแนล ออสเตรเลีย (NAB) ชี้ให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นทางธุรกิจของออสเตรเลียยังคงซบเซาอย่างหนักในเดือนเม.ย. โดยได้รับแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งกดดันอัตรากำไรและแผนการลงทุน
ผลสำรวจจาก NAB ที่เปิดเผยในวันนี้ (12 พ.ค.) ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ -24 ในเดือนเม.ย. หลังจากที่ดิ่งลงถึง 29 จุด สู่ระดับ -29 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นการทรุดตัวลงรายเดือนหนักที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ ส่วนดัชนีภาวะธุรกิจ ลดลง 3 จุด มาอยู่ที่ระดับ +3 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นอันดับสองนับตั้งแต่ปี 2563 และเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4
นักเศรษฐศาสตร์จาก NAB เปิดเผยว่า ผลสำรวจบ่งชี้ว่าราคาสินค้าที่สูงขึ้นและแรงกดดันต่อผลกำไรกำลังเริ่มส่งผลกระทบต่อกิจกรรมและมาตรวัดการลงทุนต่าง ๆ โดยยอดสั่งซื้อล่วงหน้า รายจ่ายฝ่ายทุน กระแสเงินสด และการจ้างงานล้วนลดลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และตอนนี้กำลังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยระยะยาวอย่างมาก
สำหรับรายละเอียดของการสำรวจพบว่า ยอดสั่งซื้อล่วงหน้าลดลงอีก 4 จุดในเดือนเม.ย. ส่งผลให้ร่วงลงรวม 11 จุดแล้วนับตั้งแต่เดือนก.พ. และอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยระยะยาวอย่างมาก ขณะที่รายจ่ายฝ่ายทุนดิ่งลง 8 จุด ซึ่งนับเป็นการร่วงลงรุนแรงที่สุดในยุคหลังโควิด-19 ระบาด
นอกจากนี้ ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นว่า มาตรวัดต้นทุนต่างปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในเดือนเม.ย. โดยต้นทุนการจัดซื้อพุ่งขึ้น 4.5% ต่อไตรมาส ซึ่งสูงกว่าราคาขายที่ระดับ 1.8% อย่างมาก ขณะที่อัตราการขยายตัวของราคาขายปลีกทะยานขึ้นแตะ 3.2% จาก 0.6%
ทั้งนี้ ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งติดต่อกันจนแตะระดับ 4.35% ในขณะที่กำลังพยายามควบคุมแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงเรื้อรัง โดยผู้กำหนดนโยบายต่างแสดงความกังวลว่าภาคธุรกิจจะผลักภาระต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นไปให้ผู้บริโภค และจะเป็นการกระตุ้นการคาดการณ์เงินเฟ้อในอนาคตให้สูงขึ้นตามไปด้วย